นักโทษเรือนจำสมุทรสาครครึ่งร้อยป่วน อ้างไม่พอใจผู้ต้องขังหัวใจวายกลางดึก

5994-1

เรือนจำสมุทรสาครหวิดวุ่นเหมือนเมื่อ 12 ปีก่อน ผู้ต้องขังครึ่งร้อยก่อความไม่สงบภายในเรือนจำสมุทรสาคร หลังกลางดึกที่ผ่านมามีผู้ต้องหาเสียชีวิตเพราะหัวใจวาย แต่เจ้าหน้าที่เวรไม่สามารถนำศพออกมาได้ เพราะเป็นแดนนักโทษอุกฉกรรจ์ ฉวยโอกาสทำลายกล้องวงจรปิด กดดัน หน.รักษาการเรือนจำออกไป ท้ายที่สุดผู้คุมกล่อมจนเหตุการณ์ปกติ

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 17 มี.ค. ที่เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ถนนธรรมคุณากร หมู่ 3 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร นายโสภณ ยิ้มปรีชา ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดสมุทรสาครว่า มีผู้ต้องขังประมาณ 50 คนรวมตัวกันก่อความไม่สงบภายในเรือนจำ จึงรายงานให้นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครทราบ และรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสานทาง พล.ต.ต.ธยาน์ฤทธิ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจลจำนวน 400 นายมาควบคุมสถานการณ์รอบนอกเรือนจำ

5994-2

นายโสภณ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 02.30 น. ได้มีนายสมชาย พีรานุวัฒน์ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่า และ พ.ร.บ.อาวุธปืน เสียชีวิตกะทันหันภายในเรือนนอน 1 แดน 5 ซึ่งคาดว่าเกิดจากอาการหัวใจวาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ซึ่งเข้าเวรอยู่ไม่สามารถนำศพออกมาได้ เนื่องจากมีกำลังน้อย อีกทั้งมีนักโทษอุกฉกรรจ์จำนวนมาก ต้องรอช่วงเช้าจึงสามารถนำศพออกมาได้ ทำให้นักโทษกลุ่มหนึ่งแสดงความไม่พอใจ จึงรวมตัวกันก่อความไม่สงบขึ้น

โดยนักโทษได้ใช้ผ้าปิดบังใบหน้า และทำลายกล้องวงจรปิดเสียหายไปหลายตัว รวมทั้งนำถังดับเพลิงมาฉีดเพื่อพรางตัว และตะโกนให้นายวิโรจน์ ชุ่มชื่นจิตร หัวหน้าฝ่ายรักษาการเรือนจำจังหวัดสมุทรสาครย้ายออกไป ต่อมาเจ้าหน้าที่เรือนจำต้องส่งผู้คุมที่นักโทษเชื่อใจไปเจราจา โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจึงแยกย้ายกันไปกลับแดนของตนโดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

5994-3

อย่างไรก็ตาม สำหรับนักโทษที่ก่อความไม่สงบขณะนี้พอทราบแล้วว่าเป็นใคร แต่ยังเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้ รู้แต่เพียงว่าเป็นกลุ่มนักโทษที่ติดคดียาเสพติดรวมตัวกัน เนื่องจากทางเรือนจำและนายวิโรจน์ เป็นคนที่เข้มงวดเรื่องระเบียบและปราบยาเสพติดในเรือนจำ ทำให้บุคคลกลุ่มดังกล่าวไม่พอใจ จึงรวมพวกกันก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เหตุการณ์ทั้งหมดสงบแล้ว คงเหลือแต่ให้เจ้าหน้าที่จำนวน 50 นาย คอยระวังเหตุไว้อย่างเดียว เพราะเกรงจะมารวมตัวกันอีก ส่วนเรื่องทั้งหมดจะรายงานให้กรมราชทัณฑ์สั่งการว่าจะดำเนินการกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบอย่างใด

นายโสภณ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ต้องขังที่ก่อเหตุจลาจลในครั้งนี้คือ นช.กิตติศักดิ์หรือโจ ยอดวงศ์ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ต้องขังคดียาเสพติดกับพวกรวมประมาณ 50 คนรวมตัวกัน เนื่องจากทางเรือนจำและนายวิโรจน์ ชุ่มชื่นจิตร เป็นคนเข้มเรื่องระเบียบและปราบยาเสพติดในเรือนจำ ทำให้บุคคลกลุ่มดังกล่าวไม่พอใจจึงรวมพวกกันก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เหตุการณ์ทั้งหมดสงบแล้วคงเหลือแต่ให้เจ้าหน้าที่จำนวน 50 นายคอยระวังเหตุไว้อย่างเดียวเพราะเกรงจะมารวมตัวกันอีก ส่วนเรื่องทั้งหมดตนจะรายงานทางกรมและรอกรมจะสั่งการว่าจะดำเนินการกับกลุ่มผู้ก่อเหตุจลาจลอย่างไร และในส่วนศพของนายสมชาย พีรานุวัฒน์ ก็จะให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดร่วมตรวจสอบชันสูตรและให้แพทย์ลงความเห็นเหตุการณ์เสียชีวิตในครั้งนี้ว่ามาจากสาเหตุใด

5994-4

ส่วนบรรยากาศทั่วไปรอบนอกบริเวณเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ทางด้าน พล.ต.ต.ธยาน์ฤทธิ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.ชุมพล ฉันทะจำรัสศิลป์ รองผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจราจลจำนวน 400 นายมาควบคุมสถานการณ์เอาไว้เพื่อป้องกันเหตุ และนอกจากนี้ก็ได้มีกลุ่มผู้ต้องขังชายจำนวนหนึ่งต้องมานำอาหารใส่รถเข็นเข้าไปในเรือนจำเองโดยห้ามนำรถเข้าภายในเรือนจำเป็นอันขาด

อนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 มี.ค. เรือนจำจังหวัดสมุทรสาครนำร้อยสุนัขยุทธวิธี 3 กองพันสุนัขทหารกรมการสัตว์ทหารบก (ค่ายทองฑีฆายุ) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม 140 นาย ทำการปิดล้อมตรวจค้นโรงนอนของเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร พบสิ่งของต้องห้ามหลายรายการ เช่น โทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ด จำนวน 5 เครื่อง, หูฟัง 10 ชุด, แบตเตอรี่ 2 ก้อน, อาวุธและเหล็กแหลม 100 อัน, ไพ่ประดิษฐ์ 4 ชุด สมุดบัญชีและหมายเลขโทรศัพท์ 30 เล่ม และยาไอซ์อีกจำนวน 0.9 กรัมซึ่งการตรวจค้นครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการจับกุมผู้ต้องหาที่ให้การซัดทอดถึงผู้ต้องขังในเรือนจำ

5994-5

สำหรับเหตุความวุ่นวายในเรือนจำจังหวัดสมุทรสาครเคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2543 หรือเมื่อ 12 ปีก่อน เมื่อนักโทษชาวพม่า 8 คน ร่วมกับนักโทษชาวไทยใหญ่ 1 คน และนักโทษคนไทย 1 คน ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำสมุทรสาคร ในข้อหาฆ่าคนตายและคดียาเสพติด ได้ใช้อาวุธปืนและระเบิด บังคับจับตัวเจ้าหน้าที่เรือนจำ รวมทั้งผู้บัญชาการเรือนจำไว้เป็นตัวประกันเพื่อต่อรองให้ปล่อยพวกตนกลับประเทศพม่า ทำให้นายดม ชิดทองปาน อนุศาสนาจารย์ เสียชีวิตในเรือนจำ และนายสมวงศ์ ศิริเวช ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสมุทรสาครในขณะนั้น เสียชีวิตหลังบาดเจ็บสาหัสจากการคลี่คลายสถานการณ์ ส่วนกลุ่มนักโทษพม่าเสียชีวิตทั้งหมด 8 ศพ

5994-6

สาครออนไลน์ โดย ทีมข่าวอาชญากรรม



แสดงความคิดเห็น


เงื่อนไขในการแสดงความคิดเห็น
• กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำที่สุภาพ โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
• การลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
• ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้

เรื่องก่อนหน้า-ย้อนหลัง