สมุทรสาคร-DSI รุกตรวจสอบโกดัง ซุกกากอะลูมิเนียมดรอส กว่า 200 ตัน ปลัดจังหวัดฯ จี้เร่งคดีให้ถึงที่สุด

ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร จับมือ ทสจ.สมุทรสาคร-DSI ลุยโกดังเก่าพื้นที่ ต.นาดี จัดเก็บกากอุตสาหกรรมค้างเก่า พบอะลูมิเนียมดรอสเบื้องต้นกว่า 200 ตัน จนชาวบ้านร้องมีกลิ่นเหม็นฉุน ชี้มาจากโรงหลอมโลหะซอยกองพนันพล สั่งเร่งคดีให้ถึงที่สุด

วันนี้ (16 ต.ค. 2569) เวลา 10.00 น. นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร มอบหมายให้ นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายพัชร์ภารุจ สุคนธร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร (ทสจ.สมุทรสาคร) นางสุภาพ ศรีจันทร์ ผอ.ส่วนสิ่งแวดล้อม สนง.ทสจ.สมุทรสาคร ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 5 (นครปฐม) และ เทศบาลตำบลนาดี ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดัง ตั้งอยู่เลขที่ 87/7 หมู่ 1 ต.นาดี อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร หลังจากที่ทาง สนง.ทสจ.สมุทรสาคร ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการจัดเก็บวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นกากอุตสาหกรรม ส่งกลิ่นเหม็นฉุนรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

จากการตรวจสอบพบลักษณะเป็นโกดังเก่า ประตูถูกปิดไว้ โดยมีช่องขนาดเล็กที่คนสามารถเดินลอดผ่านเข้าไปได้ ภายในโกดังพบถุงบิ๊กแบ็ก ภายในบรรจุวัตถุลักษณะคล้ายฝุ่นผงสีเทาปนดำจำนวนมากกองเรียงซ้อนกันแน่น ขณะที่บริเวณด้านหน้าโกดังยังมีกองวัตถุวางอยู่โดยไม่มีสิ่งปกคลุม นอกจากนี้ หลังคาโกดังยังมีรอยรั่วขนาดใหญ่หลายจุด ทำให้น้ำฝนที่ตกลงมาสัมผัสกับวัตถุที่จัดเก็บไว้ได้ อีกทั้งระหว่างเข้าตรวจสอบยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นฉุนแสบจมูก โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรรมจังหวัดสมุทรสาคร ระบุว่าอาจเป็นอะลูมิเนียมดรอส (Aluminium Dross) หรือกากที่เกิดจากกระบวนการหลอมอะลูมิเนียมและโลหะอื่น ๆ ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นจากการตรวจนับถุงบิ๊กแบ็ก อาจมีจำนวนประมาณ 200 ตัน แต่ยังไม่มีการชั่งน้ำหนักเพื่อยืนยันจำนวนที่แท้จริง

ผู้แทนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ชี้แจงว่า อะลูมิเนียมดรอสที่พบภายในโกดังแห่งนี้ มีการร้องเรียนและอายัติไว้เพื่อดำเนินการทางกฎหมายมาตั้งแต่ช่วงเดือน เม.ย. 2568 ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ฯ ได้เก็บตัวอย่างวัตถุไปตรวจวิเคราะห์ และพบว่าตัวอย่างมีคุณสมบัติจัดเป็นวัตถุอันตรายประเภทของเสียเคมีวัตถุชนิดที่ 3 ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย โดยโกดังแห่งนี้ มีเจ้าของเป็นผู้ให้เช่า ส่วนผู้เช่าคือบริษัทประกอบกิจการหลอมหล่อโลหะแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ในซอยกองพนันพล ต.บางน้ำจืด อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร เป็นตัวการร่วมกระทำความผิด ได้ขอเช่าโกดังเพื่อจัดเก็บวัตถุที่มีลักษณะคล้ายกากจากเตาหลอมโลหะ ซึ่งนำออกมาจากโรงงานฯ นำมาเก็บไว้ภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้นทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร จึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีกับบริษัท ผู้แทนนิติบุคคล และผู้เกี่ยวข้องกับการให้เช่าโกดัง ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต ปัจจุบันคดียังอยู่ในกระบวนการสอบสวน

โดยปลัดจังหวัดสมุทรสาคร ได้สั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะกองวัตถุที่อยู่ด้านนอกโกดังที่ไม่มีสิ่งปกคลุม มอบหมายให้เทศบาลตำบลนาดีประสานเจ้าของโกดัง ดำเนินการนำวัตถุดังกล่าวเข้าไปจัดเก็บภายในโกดังให้เรียบร้อยภายใน 7 วัน พร้อมประสานผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ให้เร่งรัดความคืบหน้าทางคดี เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างชัดเจน และไม่ปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อต่อไป ขณะที่ สนง.ทสจ.สมุทรสาคร ระบุว่า ทางสำนักงานฯ ได้รับการร้องเรียนใหม่ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยผู้ร้องเรียนมีความกังวลว่าน้ำฝนที่ชะล้างออกมาจากโกดัง อาจทำให้สารปนเปื้อนจากวัตถุอันตรายแพร่กระจายออกสู่สิ่งแวดล้อมได้ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบและติดตามความเสี่ยงอย่างรอบด้าน

ส่วนกรมควบคุมมลพิษ ก็ได้นำเครื่องมือตรวจวัดอากาศด้านนอกโกดัง และภายในบริเวณเหนือกองวัตถุ พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำที่ท่วมขังบริเวณด้านหน้าโกดังไปตรวจสอบเบื้องต้น พบค่าความเป็นกรด-ด่าง อยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูล ณ เวลาที่ตรวจวัดและยังเป็นช่วงที่มีฝนตกน้ำท่วมขัง จึงไม่อาจใช้ยืนยันได้ว่าวัตถุทั้งหมดปราศจากความเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลการตรวจวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย

ทางด้านตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ ให้ข้อมูลว่า วัตถุดังกล่าวถูกนำมาเก็บไว้ในโกดังแห่งนี้มานานเกือบ 10 ปี โดยมีการขนย้ายเข้ามาเรื่อย ๆ จนเต็มพื้นที่ ไม่มีใครเข้าไปด้านในเพราะจะถูกแจ้งความข้อหาบุกรุก จนกระทั่ง 2-3 ปีที่ผ่านมาไม่มีการนำวัตถุเข้ามาเพิ่มเติมอีก คาดว่าน่าจะเต็มพื้นที่ไปแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเคยร้องเรียนปัญหานี้หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าอย่างชัดเจน

ซึ่งในช่วงแรกที่มีการนำวัตถุเข้ามาจัดเก็บ เคยมีกลิ่นฉุนคล้ายแอมโมเนียชัดเจน แต่ปัจจุบันพบว่ากลิ่นลดลง หรืออาจปะปนกับกลิ่นจากโรงงานอื่นที่อยู่ใกล้เคียง จึงไม่สามารถระบุแหล่งที่มาของกลิ่นได้อย่างแน่ชัด พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ให้มีความชัดเจนทั้งด้านการจัดเก็บวัตถุ การตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความคืบหน้าของคดี เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนที่ต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่โดยรอบ

สาครออนไลน์ เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *