
ผู้การสมุทรสาคร นำตำรวจคุมตัวชายวัย 35 ปี ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คดีร่วมก่อเหตุจี้คนขับรถแท็กซี่ บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ผู้ต้องหาเผยถูกหญิงเข้าหาชวนให้ไปชิงทรัพย์ ก่อนแยกย้ายหลบหนี
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 ม.ค. 2569 พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อม พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร ควบคุมตัวนายโฆษิต หรือหนุ่ม สินธุ อายุ 35 ปี ผู้ก่อเหตุคดีก่อเหตุชิงทรัพย์คนขับรถแท็กซี่ บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ฝั่งตลาดทะเลไทย ถนนพระราม 2 (ขาเข้า) หมู่ 1 ต.ท่าจีน อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. วันที่ 7 ม.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายชาย-หญิง 2 คน ก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์ชายวัย 53 ปี คนขับรถแท็กซี่บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ได้เงินสดประมาณ 700 บาท โทรศัพท์มือถือยี่ห้อวีโว่ สีดำ 1 เครื่อง และกระเป๋าสะพายคาดอก ที่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์สาธารณะและบัตรประชาชนของคนขับรถแท็กซี่ ก่อนวิ่งขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนหลบหนีไป ส่วนคนขับรถแท็กซี่ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้ติดตามคนร้ายจากกล้องวงจรปิด จนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุพักอาศัยอยู่ละแวกพื้นที่วัดน้อยนางหงษ์ ต.ท่าจีน อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร กระทั่งวันที่ 9 ม.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ พบนายโฆษิต ซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกับคนร้ายที่ก่อเหตุ และพบโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายอยู่ในความครอบครองของเจ้าตัว จึงควบคุมตัวมาสอบสวน โดยนายโฆษิต ให้การยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์ดังกล่าวจริง และจากการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายยังพบว่ามีสารเสพติดเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 โดยผิดกฎหมาย และร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน

โดยนายโฆษิตให้การว่า ตนอาศัยอยู่แถววัดดังกล่าว แล้วมีผู้หญิงชื่ออ้วน อายุประมาณ 30 ปี มาทำความรู้จักและชวนกันมาก่อเหตุชิงทรัพย์ โดยตนหลงเชื่อเพราะไม่มีเงิน และเพิ่งออกจากคุกในคดีครอบครองยาเสพติด โดยฝ่ายหญิงเป็นผู้วางแผน ด้วยการพาไปรอเรียกแท็กซี่จากย่านหน้าวัดโพธิ์แจ้ ต.บางน้ำจืด อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ให้ไปส่งที่ตลาดทะเลไทย เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุก็เป็นฝ่ายหญิงที่บอกให้ลงมือเพราะเป็นจุดที่มืดสนิท กระทั่งก่อเหตุแล้วฝ่ายหญิงก็บอกให้แยกย้ายกันวิ่งหนีข้ามสะพาน แล้วไปเจอกันที่ใต้สะพานอีกฟากหนึ่ง จากนั้นก็แบ่งเงินกันคนละครึ่งได้ไปแค่คนละ 70 กว่าบาทเท่านั้น
ทางด้าน พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร กล่าวว่า คนก่อเหตุอยู่แถวๆ วัดดังกล่าว คาดว่าน่าจะหลงเชื่อคำของผู้หญิงที่มาทำความรู้จักและยังตกลงว่าจะอยู่ด้วยกัน จนทำตามคำชวนให้ร่วมกันก่อเหตุ เนื่องจากไม่มีเงิน ซึ่งในส่วนของผู้ต้องหาอีกรายที่เป็นผู้หญิงนั้น อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สาครออนไลน์ เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ

