
ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร ตามรวบตัวสาวแสบวัย 30 ปี คดีร่วมชิงทรัพย์คนขับแท็กซี่ บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ผู้ต้องหาหญิงเผยถูกหนุ่มวางแผนลวงมาร่วมก่อเหตุ ไม่ได้รับส่วนแบ่งสักบาทเดียว
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 13 ม.ค. 2569 พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร ควบคุมตัว น.ส.ปนัดดา หรืออ้วน บุญธรรม อายุ 33 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาอีก 1 ราย ที่ร่วมกับนายโฆษิต หรือหนุ่ม สินธุ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์คนขับรถแท็กซี่ บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ฝั่งตลาดทะเลไทย ถนนพระราม 2 (ขาเข้า) หมู่ 1 ต.ท่าจีน อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร แล้วหลบหนีไป
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. ของวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา น.ส.ปนัดดา ได้ร่วมกับนายโฆษิต ก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์ชายวัย 53 ปี คนขับรถแท็กซี่ บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ได้เงินสดประมาณ 700 บาท โทรศัพท์มือถือยี่ห้อวีโว่ สีดำ 1 เครื่อง และกระเป๋าสะพายคาดอก ที่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์สาธารณะและบัตรประชาชนของคนขับรถแท็กซี่ ก่อนวิ่งขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนหลบหนีไป ส่วนคนขับรถแท็กซี่ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร
ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้ติดตามจับกุมตัวนายโฆษิต ซึ่งพักอาศัยอยู่ละแวกพื้นที่วัดน้อยนางหงษ์ ต.ท่าจีน อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร พร้อมกับนำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ ที่เกิดเหตุในวันถัดมา ส่วน น.ส.ปนัดดา ผู้ก่อเหตุอีกคนอยู่ระหว่างการหลบหนี แต่ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจฯ ยังคงแกะรอยติดตามตัวมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทราบว่า น.ส.ปนัดดา ไปหลบพักอาศัยอยู่ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมานัก จึงได้เข้าควบคุมตัวไว้ได้

น.ส.ปนัดดา หนึ่งในผู้ต้องหาคดีใช้มีดจี้ชิงทรัพย์แท็กซี่ เล่าว่า ตนกับนายโฆษิต เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน โดยนายโฆษิตทำทีเข้ามาพูดคุยกับตนเอง จากนั้นก็เป็นคนวางแผนชักชวนตนมาก่อเหตุเพราะเห็นว่าต้องการเงินมาใช้จ่าย ตนก็หลงเชื่อร่วมลงมือด้วย โดยในรถแท็กซี่ตนนั่งด้านหน้า ส่วนนายโฆษิตนั่งด้านหลัง และเป็นคนใช้มีดพกของนายโฆษิตจี้ชิงทรัพย์คนขับรถแท็กซี่ โดยตนก็บอกคนขับว่า พี่มีอะไรก็ให้มันไปเถอะเดี๋ยวพี่จะโดนมากกว่านี้ จากนั้นตนก็เปิดประตูลงไปโดยไม่ได้หยิบอะไรไปเลย และเดินขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน แล้วโบกรถจักรยานยนต์เพื่อไปรอนายหนุ่มที่ปั๊มน้ำมัน แต่เขาหายไป ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ได้รับส่วนแบ่งสักบาทเดียว อีกทั้งแผนการทั้งหมดนายโฆษิตก็เป็นคนวางแผนเอง มีดที่ใช้จี้ชิงทรัพย์ก็เป็นของนายโฆษิต ส่วนตนนั้นถูกลวงให้มาร่วมก่อเหตุเท่านั้น

ทางด้าน พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร กล่าวว่า สำหรับกรณีดังกล่าว สืบเนื่องมาจากเหตุชิงทรัพย์แท็กซี่ในพื้นที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร ซึ่งขณะนี้เราสามารถจับผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุครบ โดยทั้งสองให้การรับสารภาพแม้จะขัดแย้งกันอยู่บ้างก็ตามที โดยได้นำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพและจะทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งพฤติการณ์ของผู้ต้องหานั้นรู้จักกันและชักชวนกันมาก่อเหตุโดยมุ่งหวังทรัพย์สินของเหยื่อ โดยเลือกเหยื่อที่เป็นแท็กซี่อายุมาก หลังจากก่อเหตุนำทรัพย์สินไปแบ่งกันและแยกย้ายกันหลบหนี จนกระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด
สาครออนไลน์ เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ

