
“พิพัฒน์” รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม รุดดูเหตุเครนพระราม 2 ถล่ม สั่งกรมทางหลวงหยุดการก่อสร้างในทุกโครงการ ด้านกู้ภัยฯ เดินหน้ากู้ร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย
จากกรณีเครนก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว (M82) ช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว ตอน 7 ถล่มลงมาบนถนนพระราม 2 ขาออกกรุงเทพฯ กม.30+300 ถึง 400 ช่องทางหลัก บริเวณก่อนถึงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน หมู่ 1 ต.ท่าจีน อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร เมื่อเวลา 09.11 น. ของวันที่ 15 ม.ค. 2569 โดยมีรถยนต์กระบะตู้ทึบถูกเครนและชิ้นส่วนคอนกรีตทับอยู่ 2 คัน มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย ติดอยู่ในซากรถ คือ นายสมพงษ์ ศรีสุข อายุ 50 ปี ชาว จ.เพชรบูรณ์ เป็นคนขับรถกระบะ ทะเบียน 2 ฒว 3739 กรุงเทพมหานคร และนายศราวุฒิ เวชการ อายุ 45 ปี เป็นคนขับรถกระบะ ทะเบียน 3 ฒห 950 กรุงเทพมหานคร และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาชัย 1 กับ โรงพยาบาลเจษฎาเวชการสมุทรสาคร

ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ โดยได้เข้าไปดูถึงจุดที่อยู่ใกล้กับเครนถล่มลงมา พร้อมกับรับฟังการประเมินความเสี่ยงและแนวทางการนำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายออกมาให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งรายแรกที่ได้มีการวางแผนการทำงานเพื่อที่จะนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา คือ ผู้ที่ติดอยู่ในรถกระบะตู้ทึบ ทะเบียน 2ฒว 3739 กรุงเทพมหานคร เพราะถูกบางส่วนของก้อนปูนทับที่บริเวณส่วนหัวรถเท่านั้น หากการเคลื่อนย้ายเครนทั้งเหล็กและปูนตรงบริเวณส่วนนั้นออกไปได้ ก็จะนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาได้ ส่วนผู้เสียชีวิตอีกคนถูกทับอยู่ใต้แท่งปูนขนาดใหญ่จนรถแบนราบไปกับพื้นถนน ก็จะต้องรอให้ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดำเนินการวางแผนเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางอย่างชัดเจนจึงจะสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตและซากรถออกมาจากจุดเกิดเหตุ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทบทวนและดูแลในส่วนของการรับเหมา โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก เมื่อเกิดเหตุซ้ำทางด้านของนายกรัฐมนตรีได้เข้านั่งเป็นประธานในที่ประชุม เพื่อการออกมาตรการต่าง ๆ ที่เข้มข้นและเข้มงวดมากยิ่งขึ้น แต่ในขณะนี้มีการคำสั่งให้กรมทางหลวงหยุดการก่อสร้างในทุก ๆ โครงการ และขอตรวจสอบย้อนหลังในโครงการแต่ละโครงการว่า ในความผิดพลาด 2 ครั้ง ในช่วงระยะเวลา 2 วันนี้ เกิดจากอะไร
แต่จุดนี้ก็ไม่น่าจะเกิดจากคน เพราะเป็นช่วงที่หยุดการก่อสร้างแล้ว เพราะมอเตอร์เวย์ M82 นั้น จะก่อสร้างตอนกลางคืน และหยุดทำงานในตอนกลางวัน ซึ่งก่อนที่จะหยุดการทำงานตามเวลานั้น ก็จะต้องมีการตรวจสอบแล้วว่า สิ่งที่ประกอบเข้าไปมีความแข็งแรง แต่ก็มาเกิดเหตุจนได้ ดังนั้นจึงต้องหารายละเอียดของสาเหตุที่เกิดขึ้นออกมาให้ได้ ถึงจะอนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้างต่อไป ส่วนเรื่องของการตรวจพิสูจน์เพื่อดำเนินการทางคดีนั้น ตอนนี้คงจะต้องทำการตรวจหาข้อเท็จจริงให้ละเอียดทั้งหมดก่อน เช่น ใครเป็นผู้ควบคุมงาน และหลังจากที่เสร็จงานเมื่อคืนนี้แล้ว มีการทดสอบความแข็งแกร่ง ปลอดภัย และความถูกต้องหรือไม่ แล้วอะไรที่น่าจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดเครนถล่มลงมาได้ เป็นต้น ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนั้นทางอิตาเลียนไทย ในฐานะบริษัทผู้รับเหมาช่วงตอน 7 จะต้องไปหาข้อมูลเพื่อนำมาชี้แจงต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ขณะเดียวกันทางกระทรวงคมนาคมก็จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง โดยจะไม่รับฟังบริษัทฯ ผู้รับเหมาเด็ดขาด เราต้องหาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญกลางมาทำการประเมินและวิเคราะห์จนนำไปสู่การชี้ชัดข้อเท็จจริงว่า ข้อมูลที่ทางกระทรวงตรวจพิสูจน์ได้นั้น ตรงกับข้อมูลที่ทางบริษัทฯ ประเมินมาหรือไม่ ซึ่งเชื่อมั่นได้ว่าขบวนการสืบย้อนหลังของ ISO ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน และเมื่อตรวจทราบข้อเท็จจริงแล้วก็จะนำไปสู่การดำเนินคดีทางระเบียบและกฎหมายต่อไป
สำหรับการขึ้นแบล็คลิสบริษัทฯ ผู้รับเหมานั้น ยังเชื่อมั่นได้ว่าเป็นมาตรการที่สำคัญมาก ในแต่ละบริษัทฯ กว่าจะไต่ชั้นขึ้นมาเป็นชั้นพิเศษได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ฉะนั้นบริษัทฯที่กว่าจะก้าวขึ้นมาอยู่ได้ในระดับบนนั้น จะต้องรักษาชั้นของตนเองไว้ เพราะนั่นหมายถึงความมั่นคงทางธุรกิจของแต่ละบริษัทฯ ส่วนเรื่องของการรื้อถอนซากและคืนพื้นผิวจราจรนั้น คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์หรือราว ๆ 15 วัน ก็จะคืนผิวจราจรได้ตามปกติ แต่ก่อนที่จะคืนผิวจราจรได้นั้น ผมคิดว่านี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงขึ้น และไม่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น.ของวันนี้ ทางทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พร้อมกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร ประสานกับ มูลนิธิร่วมกตัญญู และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่าง ก็เดินหน้าในการกู้ร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากจุดเกิดเหตุ โดยดำเนินการตามแผนที่วางไว้คือ นำร่างของผู้เสียชีวิตในรถกระบะตู้ทึบทะเบียน 2ฒว 3739 กรุงเทพมหานคร ออกมาก่อน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็นำร่างคนขับรถออกมาได้ ก่อนนำส่งแพทย์สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลสมุทรสาคร ทำการชันสูตรต่อไป
สาครออนไลน์ เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ

