
ระทึกได้อีก! เกิดเหตุถนนพระราม 2 ทรุดตัวทำรถกระบะเสียหาย โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ สาเหตุมาจากท่อประปาของเทศบาลนครสมุทรสาครแตก ต้องหยุดจ่ายน้ำทุกพื้นที่ ส่วนความคืบหน้าเหตุเครนถล่มที่อยู่ใกล้กัน ดำเนินการตัดแยกและยกชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2569 รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 06.30 น. เกิดเหตุถนนทรุดตัวและน้ำท่วมขังบนถนนพระราม 2 ช่องทางขนาน ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ กม.ที่ 29+350 หน้าร้านค้าโชคทวีค้าไม้ ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ส่งผลให้รถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเทาดำ ทะเบียน 2 ฒช 5885 กรุงเทพมหานคร ล้อขวาหน้ารถตกอยู่ในหลุม ท้ายตัวรถลอยยกขึ้น และมีน้ำท่วมขังรอบจุดเกิดเหตุ ส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดสะสม เนื่องจากรถสามารถสัญจรได้แค่ช่องทางเดียว ส่วนสาเหตุเกิดจากท่อประปาแตก ส่งผลให้เกิดการทรุดตัวของผิวจราจร โดยเป็นท่อส่งน้ำประปา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,000 มม. ของเทศบาลนครสมุทรสาคร ซึ่งได้มีการหยุดจ่ายน้ำทุกพื้นที่ในเขตเทศบาลฯ

นายสัมพันธ์ ปู่ห้วยพระ อายุ 32 ปี เจ้าของรถกระบะคันเกิดเหตุ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนเพิ่งกลับมาจากทำงานที่หัวหิน จะกลับเข้ากรุงเทพฯ ตอน 6 โมงกว่ารถก็ติดแบบนี้ ตนก็วิ่งตามหลังรถคันอื่นมา พอมาถึงจุดนี้รถก็ผลุบตะแคงลงไปเลย ซึ่งตอนที่รถตกลงไปหลุมยังแห้งไม่มีน้ำท่วมขัง แต่ตนก็ไม่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่แขวงทางหลวงสมุทรสาคร ได้เร่งแก้ปัญหาโดยดำเนินการปรับพื้นทางเบี่ยง กม.29+800 ด้วยวัสดุกากยาง และเตรียมยกแบริเออร์คอนกรีต เพื่อเปิดเบี่ยงจราจรเข้าทางหลัก ถนนพระราม 2 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ บริเวณใกล้หน้าตลาดทะเลไทย


ส่วนทางด้านกรมทางหลวง (ทล.) เผยความคืบหน้าการรื้อถอนโครงสร้างเหล็ก (Launching Gantry – LG) ที่ทรุดตัวบนโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว (M82) ช่วง เอกชัย – บ้านแพ้ว ตอน 7 บนถนนพระราม 2 ที่อยู่ระหว่างดำเนินการอย่างมีแบบแผน รอบคอบ รัดกุม และยึดถือความปลอดภัยในการปฏิบัติงานตามหลักวิศวกรรมเป็นสำคัญ ปัจจุบันยังคงดำเนินการต่อเนื่องตามขั้นตอนและเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ โดยทีมวิศวกรสำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง ร่วมกับทีมวิศวกรจากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ได้ระดมเครื่องจักรหนักเป็นเครนขนาด 550 ตัน จำนวน 2 คัน เพื่อยกหิ้วชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ลงมาจากพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ

โดยเมื่อเวลา 15.00 น. นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง พร้อมด้วยวิศวกรใหญ่ และทีมวิศวกรกรมทางหลวง ได้ร่วมประชุมร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) นำโดย รศ.เอนก ศิริพานิชกร นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ รศ.ดร.ภาณุวัฒน์ จ้อยกลัด ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา วสท. และ ดร.พุทธิพงศ์ หะลีห์รัตนวัฒนา ประธานคณะอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมโครงสร้างและสะพาน วสท. รวมถึงทีมวิศวกรจากบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ณ จุดบัญชาการเหตุการณ์ บริเวณหน้างาน พร้อมทั้งได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามและประเมินความปลอดภัยในการทำงานอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ วสท. และกรมทางหลวง จะดำเนินการตรวจสอบความความเสียหายของโครงสร้างทางยกระดับในบริเวณที่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ซึ่งถูกโครงเหล็กพังถล่มลงมากระแทก เพื่อให้มั่นใจเรื่องความแข็งแรงของโครงสร้างฯ โดยหากพบว่าไม่ปลอดภัย จะดำเนินการปลดชิ้นส่วนช่วงที่มีความเสียหายลงมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ประชาชนก่อนเปิดการจราจร

ต่อจากนั้น เพื่อให้การก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์ M82 บน ถนนพระราม 2 ในส่วนที่เหลือ ดำเนินไปอย่างรัดกุม ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุซ้ำ อธิบดีกรมทางหลวงและคณะได้ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานตามข้อสั่งการเพื่อความปลอดภัย โดยให้โครงการก่อสร้างฯ ตอน 4 ปลดชิ้นส่วนสะพานที่ยกค้างไว้ แต่ยังไม่ได้ร้อยดึงลวดอัดแรงออกทั้งหมดก่อน เพื่อประเมินและตรวจสอบความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ LG อย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะให้ผู้รับจ้างดำเนินการต่อไปได้ โดยอาจจำเป็นต้องปรับขั้นตอนการติดตั้งชิ้นส่วนสะพานใหม่ทั้งหมด เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ LG ที่แขวนชิ้นส่วนค้างไว้พังถล่ม แบบเดียวกับโครงการก่อสร้างฯ ตอน 7
ทั้งนี้ กรมทางหลวงขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางหรือโปรดเผื่อเวลาในการเดินทาง โดยได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยอำนวยความสะดวกและติดตั้งป้ายเตือนสัญญาณไฟตลอด 24 ชั่วโมง

สาครออนไลน์ เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ

