
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงพื้นที่ จ.สมุทรสาคร หารือธุรกิจแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมรายใหญ่ระดับโลก หวังใช้โมเดลธุรกิจพรีเมียม ช่วยแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมผันผวน
เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์พาณิชย์ พร้อมด้วย มล.ภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงพื้นที่เยี่ยมชมบริษัท ฮาร์มเลส ฮาร์เวสท์ (ไทยแลนด์) จำกัด (Harmless Harvest (Thailand) Ltd.) ต.บ้านเกาะ อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ผู้ประกอบการมะพร้าวน้ำหอมรายใหญ่ของประเทศ พร้อมหารือกับ นายแมททิว ชัวมอง (Mr.Mathieu Chaumont) รองกรรมการผู้จัดการ ฮาร์มเลส ฮาร์เวสท์ (ไทยแลนด์) ถึงโมเดลธุรกิจมะพร้าวน้ำหอมแปรรูปเพื่อการส่งออกมาตรฐานระดับสากล แก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมผันผวน
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมที่มีความผันผวนในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรเป็นอย่างมาก กระทรวงพาณิชย์ จึงเร่งดำเนินมาตรการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการมะพร้าวน้ำหอมโดยเฉพาะรายย่อยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งการหารือกับผู้บริหารบริษัทฯ เพื่อทราบถึงสถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่อย่างชัดเจน โดยจะจำลองโมเดลการผลิตมะพร้าวน้ำหอมเพื่อการส่งออกมาตรฐานระดับสากลมาปรับใช้เป็นต้นแบบแก่ผู้ประกอบการมะพร้าวน้ำหอมและผู้ประกอบการผลไม้รายอื่น ๆ
สำหรับบริษัท ฮาร์มเลส ฮาร์เวสท์ (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์มะพร้าวน้ำหอมออร์แกนิกชั้นนำ และธุรกิจแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมรายใหญ่ของโลก โดยบริษัทได้ใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตน้ำมะพร้าวน้ำหอมบรรจุขวด ตั้งแต่ปี 2556 เพื่อส่งออกไปสหรัฐอเมริกา ซึ่งบริษัทสามารถรับซื้อผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมได้สูงสุดถึงวันละ 6 แสนลูก และได้พิจารณาถึงแนวทางความร่วมมือเพื่อยกระดับมูลค่าเพิ่มมะพร้าวน้ำหอมไทย และแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมที่มีความผันผวนอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันจะศึกษาโมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับมะพร้าวน้ำหอมไทย จนสามารถครองตลาดระดับพรีเมียมในต่างประเทศได้ โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป

เบื้องต้นจากการพูดคุยได้เห็นพ้องกันว่า แนวทางสำคัญในการแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ คือ นอกจากการขายผลสดแล้ว ต้องมีการแปรรูปที่มีมาตรฐานสูง โดยมีประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย
1. การจัดการ Supply Chain โดยเฉพาะการทำสัญญารับซื้อที่เป็นธรรม (Fair Trade) กับเกษตรกร เพื่อสร้างความมั่นใจด้านรายได้และรักษาคุณภาพวัตถุดิบ
2. การเพิ่มมาตรฐานออร์แกนิก ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระดับสากลจะมีราคาสูงกว่าตลาดทั่วไปหลายเท่าตัว และเป็นที่ต้องการสูงในตลาดโลก
3. การนำนวัตกรรมการยืดอายุสินค้า การใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยช่วยรักษารสชาติและคุณค่าทางอาหารโดยไม่ใช้สารเคมี ทำให้ส่งออกมีมาตรฐานเพิ่มขึ้นและลดความสูญเสีย
4. นำโมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาเป็นต้นแบบ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่มะพร้าวน้ำหอมไทย หรือผลไม้อื่น ๆ ที่มีรูปแบบหรือลักษณะการประกอบธุรกิจที่คล้ายคลึงกัน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการหรือเกษตรกรไทย สามารถประสบความสำเร็จในการประกอบธุรกิจและมีโอกาสส่งออกสินค้าเกษตรในรูปแบบต่าง ๆ สู่นานาชาติ

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวเพิ่มเติมว่า โอกาสนี้ ได้ชมกระบวนการผลิตภายในโรงงาน ซึ่งมีความโดดเด่นด้านกระบวนการไมโครฟิลเตรชั่น (Microfiltration – การกรองละเอียดในระดับไมครอน) และระบบการจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถใช้เป็นสถานประกอบการต้นแบบให้กับเอสเอ็มอีรายอื่น ๆ ในประเทศไทยได้เข้ามาศึกษา ตั้งแต่การบริหารจัดการโรงงานที่ได้มาตรฐาน GMP, HACCP ไปจนถึงการทำการตลาดที่เน้นความยั่งยืน ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยให้กลายเป็นสินค้าคุณภาพสูง (Premium Product) รวมถึงมาตรฐาน Fair for Life ซึ่งมีการกำหนดราคารับซื้อมะพร้าวน้ำหอมถึง 5 ราคา ตามขนาด (น้ำหนัก) ตั้งแต่ 6.50 บาท ถึง 9.50 บาท
ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะนำข้อมูลและแนวทางที่ได้รับจากการหารือในครั้งนี้ แจ้งกระทรวงพาณิชย์ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการส่งออกเพื่อดำเนินการ Upskill & Reskill แก่ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะส่งออกผลิตภัณฑ์ไปต่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ส่งออกรายใหม่ และดำเนินการจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าผลไม้ในต่างประเทศ รวมถึงเพิ่มสัดส่วนปริมาณผลผลิตผลไม้ออกจากระบบไปสู่การแปรรูปมากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์นอมินีล้งผลไม้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกร และคุ้มครองระบบเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน รวมถึงการป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายจะยังคงดำเนินการอย่างเข้มข้น เน้นการตรวจสอบเชิงลึก เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการค้า และส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมของเศรษฐกิจไทยต่อไป
สาครออนไลน์ เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ

