
“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ลงพื้นที่สมุทรสาคร รับฟังปัญหาประชาชนเร่งแก้รถติด–พัฒนาโครงข่ายคมนาคม ยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจทั้งจังหวัด
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 ก.ค. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อตรวจราชการและติดตามปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนด้านการคมนาคมขนส่ง พร้อมด้วย นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายผดุงศักดิ์ สรุจิกำจรวัฒนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายพงศกร จุลละโพธิ รองอธิบดีกรมทางหลวง นายยงยุทธ เพ็งเมือง รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท และผู้แทนกรมเจ้าท่า
โดยมี นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายอนุสรณ์ ไกรวัฒนนุสรณ์ สส.สมุทรสาคร เขต 2 นายปัญญา ชวนบุญ สส.สมุทรสาคร เขต 4 นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร ดร.แก่นวิทย์ วงศ์ชูศิริ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทสมุทรสาคร นายธนสาร สิทธาภา ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสมุทรสาคร หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะ เพื่อเร่งผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม



สำหรับการลงพื้นที่ของนายพิพัฒน์ เริ่มต้นด้วยการรับฟังการนำเสนอข้อมูลโครงการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางถนนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ณ แขวงทางหลวงชนบทสมุทรสาคร ต.บางหญ้าแพรก อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร โดยกรมทางหลวงชนบท ได้รายงานความคืบหน้าการพัฒนาโครงข่ายทางถนนและสะพานในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งปัจจุบันดูแลโครงข่ายทางหลวงชนบทจำนวน 42 สายทาง ระยะทางรวมกว่า 346 กิโลเมตร
รวมถึงโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างการผลักดันขยายเป็น 4 ช่องจราจร อาทิ ถนนสาย สค.2032 แยก ทล. 35 (ถนนพระราม 2) – บ้านโคกขาม, ถนนสาย สค.2037 แยก ทล.35 – บ้านบางยาง หรือ ถนนเส้นสวนส้ม, ถนนสาย สค.3011 แยก ทล.375 (ถนนบ้านแพ้ว – พระประโทน) – บ.กระทุ่มแบน และถนนสาย สค.2055 แยก ทล.35 – เมืองสมุทรสงคราม หรือ ถนนเอกชัยสายเก่า ตลอดจนการพัฒนาสะพานและเส้นทางเชื่อมต่อในเขตเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร รองรับการขยายตัวของเมืองและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าในพื้นที่
ขณะเดียวกัน กรมเจ้าท่า ได้รายงานความคืบหน้าโครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำสมุทรสาคร (ท่าจีน) ซึ่งได้รับการบรรจุในปีงบประมาณ 2570 วงเงินประมาณ 131 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินเรือ การขนส่งทางน้ำ และรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจังหวัด รวมทั้งโครงการสำรวจออกแบบรายละเอียดการขุดลอกและบำรุงรักษาแม่น้ำท่าจีน ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร ระยะทางรวม 315 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดปัญหาน้ำล้นตลิ่ง และช่วยยกระดับการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำท่าจีนในระยะยาว



ต่อมานายพิพัฒน์ พร้อมคณะ เดินทางไปยังวัดพรหมคุณาราม (วัดบางตะคอย) ต.ชัยมงคล อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร เพื่อติดตามแนวทางการแก้ไขปัญหาการกลับรถบนถนนพระราม 2 บริเวณแยกต่างระดับบ้านแพ้ว เนื่องจากการกลับรถใต้สะพานข้ามคลองขุดบ้านบ่อในปัจจุบัน จากเดิมจำกัดความสูง 4.2 เมตร เหลือเพียง 3 เมตร รถบรรทุกขนาดใหญ่ไม่สามารถลอดผ่านไปได้ ต้องไปใช้จุดกลับรถอีกแห่งซึ่งอยู่ไกลออกไป
โดยประชาชนในพื้นที่ ต้องการให้มีจุดกลับรถตรงเชื่อมทางต่างระดับแยกบ้านแพ้ว เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง ขณะเดียวกัน กรมทางหลวง อยู่ระหว่างก่อสร้างทางคู่ขนานถนนพระราม 2 พร้อมจุดกลับรถใต้สะพาน เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง นอกจากนี้ ฝ่ายปกครองตำบลชัยมงคล และประชาชนในพื้นที่ ได้สะท้อนปัญหาจุดเสี่ยงบริเวณทางลงสะพานข้ามแยกต่างระดับบ้านแพ้ว ที่มักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และปัญหาฝาท่อเหล็ก และถนนชำรุดทรุดตัวเส้นบ้านแพ้ว – พระประโทน





จากนั้นนายพิพัฒน์ พร้อมคณะ เดินทางไปยังหน่วยกู้ชีพ กู้ภัย อบต.อำแพง (สำนักงาน อบต.อำแพง หลังเก่า) ต.อำแพง อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เพื่อสำรวจสภาพถนนสาย สค.2037 หรือถนนเส้นสวนส้ม ซึ่งประสบปัญหาการจราจรติดขัดหนาแน่นอย่างมาก โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน เนื่องจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของชุมชน โดยแขวงทางหลวงชนบทสมุทรสาคร มีโครงการที่จะขยายเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร ระยะทาง 12.8 กม. ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)




ปิดท้ายด้วยการลงพื้นที่ติดตามปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณสามแยกบางปลา บนถนนเศรษฐกิจ 1 (ทล. 3091) ตัดกับทางหลวงชนบทหมายเลข สค.4019 ถ.เศรษฐกิจ 1 – บางปลา ต.นาดี อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นจุดที่มีปริมาณรถหนาแน่นทั้งจากภาคอุตสาหกรรมและประชาชนที่ใช้เส้นทางเป็นประจำ โดยได้สั่งการให้กรมทางหลวงเร่งดำเนินมาตรการระยะเร่งด่วนในการปรับปรุงรูปแบบการบริหารจัดการสัญญาณไฟจราจร เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทางของประชาชน ขณะเดียวกันได้เตรียมแนวทางการพัฒนาในระยะยาวเพื่อรองรับการขยายตัวของพื้นที่ในอนาคต ซึ่งได้มีการเสนอให้ก่อสร้างสะพานข้ามแยกบริเวณดังกล่าว





นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ทั้งภาคอุตสาหกรรม ประมง การขนส่งสินค้า และเป็นประตูเชื่อมต่อกรุงเทพมหานครและภาคตะวันตก ส่งผลให้มีปริมาณการเดินทางและการขนส่งจำนวนมาก กระทรวงคมนาคมจึงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะปัญหาการจราจรติดขัดที่สะสมมาเป็นเวลานาน
ซึ่งการลงมารับฟังปัญหาของประชาชนโดยตรงในครั้งนี้ เพื่อนำข้อเสนอของประชาชนและผู้แทนราษฎรในพื้นที่ มาบูรณาการกับแผนการพัฒนาของกระทรวงคมนาคมให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพราะทุกโครงการจะต้องตอบโจทย์การแก้ปัญหาของประชาชน ทั้งการลดเวลาในการเดินทาง เพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร ยกระดับการขนส่งสินค้า และสร้างความมั่นคงด้านการบริหารจัดการน้ำควบคู่กันไป


สาครออนไลน์ โดย กิตติกร นาคทอง

