
ตำรวจทางหลวงลากคอแก๊งตำรวจเก๊ที่หน่วยบริการมหาชัย สมุทรสาคร หลังใช้ปืนข่มขู่ผู้ใช้รถใช้ถนน บนถนนพระรามที่ 2 มุ่งหน้ากรุงเทพฯ พบบัตรตำรวจปลอม อุปกรณ์มีเพียบ แถมมียาไอซ์อีก 1 ถุง พบประวัติโชกโชนเคยอ้างตำรวจกองปราบ รีดไถนักธุรกิจจีน 2 หมื่น แต่ตำรวจจริงซ้อนแผนจับกุม ติดคุก 3 ปี พ้นโทษไม่กี่ปีกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก
เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิลาลัย ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง แถลงข่าวจับกุมนายอุทัย คำรัง อายุ 43 ปี และนายประกายเพ็ชร พิมล อายุ 51 ปี หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (สถานีตำรวจทางหลวงนครปฐม รับผิดชอบดูแลพื้นที่จังหวัดนครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร) ประกอบด้วย พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สวญ.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. และ พ.ต.ต.ศรัณยพงศ์ อ่อนสิงห์ สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. เข้าสกัดจับและตรวจค้นรถตู้สีขาว หมายเลขทะเบียน ฮอ 2167 กรุงเทพมหานคร ได้ที่หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงมหาชัย ถนนพระราม 2 ตรงข้ามห้างโลตัส สมุทรสาคร ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการประสานจากศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรสมุทรสงคราม ให้ช่วยสกัดจับรถตู้คันดังกล่าว เพราะก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่ผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่น บริเวณสถานีตรวจสอบน้ำหนักสมุทรสาคร (ขาเข้า) กม. 53 ต.นาโคก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ จึงได้วางกำลังตามจุดสำคัญ ก่อนพบรถตู้ต้องสงสัยคันดังกล่าวบริเวณหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงมหาชัย ปรากฎว่านายประกายเพ็ชรซึ่งเป็นคนขับรถตู้ แสดงบัตรข้าราชการตำรวจปลอม ระบุชื่อ ร.ต.ต.สมบูรณ์ รุ่งโรจน์ ตำแหน่ง รอง สว.กก.1 สส.ภ.2 เพื่อหลอกเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตรวจสอบในระบบพบว่าเป็นบัตรปลอม จึงควบคุมตัวพร้อมนายอุทัย
จากการตรวจค้นภายในรถตู้ พบอาวุธปืนขนาด 9 มม. พร้อมกระสุน แผ่นป้ายทะเบียนปลอมและป้ายที่ถูกสำนักงานขนส่งระงับการใช้งาน ตำรวจเชื่อว่าใช้สับเปลี่ยนเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ยังพบโดรน DJI Mini 4 Pro วิทยุสื่อสารแบบใส่ซิม 8 เครื่อง เสื้อเกราะกันกระสุน เสื้อหน่วยงานตำรวจหลายสังกัด ป้ายห้อยคอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงยาไอซ์ 1 ถุงเล็ก จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบปากคำทั้งสองคนให้การวกไปวนมา เบื้องต้นตำรวจเชื่อว่าเป็นขบวนการสวมรอยเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อก่อเหตุหลอกลวงและข่มขู่ประชาชน โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย
จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ดำเนินคดีในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม และ มีเครื่องวิทยุคมนาคม (โดรน) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ส่วนนายประกายเพ็ชร เพิ่มข้อหามีและใช้เอกสารราชการปลอม สวมทะเบียนรถและบัตรข้าราชการตำรวจปลอม
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า จากการตรวจสอบประวัตินายประกายเพ็ชร พบว่าเมื่อปี 2563 เคยอ้างตัวเป็นตำรวจกองปราบปราม ไปข่มขู่นักธุรกิจชาวจีน เรียกเงิน 20,000 บาท แลกกับการไม่ดำเนินคดี แต่ถูกตำรวจซ้อนแผนเข้าจับกุมตัวได้ก่อน หลังจากนั้นก็ถูกจำคุกอยู่ 3 ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อปี 2565 แต่กลับมาก่อเหตุซ้ำอีก ส่วนนายอุทัย มีประวัติคดีอาวุธและยาเสพติดหลายครั้ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นขบวนการมิจฉาชีพที่ตั้งใจสวมรอยเป็นตำรวจเพื่อข่มขู่และรีดไถประชาชน เตรียมขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป












สาครออนไลน์ เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ

