
มหากาพย์อะลูมิเนียมดรอส 200 ตัน ยังไม่จบ! ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร นำทีมลงตรวจซ้ำหลังให้ดำเนินการจัดเก็บ-คลุมผ้าใบมิดชิดใน 7 วัน พบยังมีกองตกค้าง-ใช้ทรายกลบเศษ สั่งเก็บเข้าด้านในให้หมดอย่าเหลือไว้ หวั่นปนเปื้อนสู่ภายนอก ส่วนคดีระหว่าง สนง.อุตสาหกรรมจังหวัด กับเจ้าของกากอุตสาหกรรม-เจ้าของโกดัง ตำรวจเตรียมสรุปสำนวนส่งอัยการฟ้องศาล
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 22 ต.ค. 2569 ภายใต้การสั่งการของนายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายดำรงศักดิ์ ยอดทองดี และนางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร มอบหมายให้ นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับ พ.อ.พีรภาส บัวเจริญ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ค. (ท.) นายพัชร์ภารุจ สุคนธร ผอ.ทสจ.สมุทรสาคร พ.ต.ท.สำเริง ศรีนามบุรี สวป.สภ.เมืองสมุทรสาคร รวมถึงเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ฝ่ายปกครองจังหวัดสมุทรสาคร ป้องกันจังหวัดสมุทรสาคร เทศบาลตำบลนาดี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง



ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังแห่งหนึ่ง เลขที่ 87/7 หมู่ 1 ต.นาดี อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร เพื่อติดตามผลการดำเนินงานจัดเก็บกากอุตสาหกรรม อะลูมิเนียมดรอส (Aluminium Dross) น้ำหนักประมาณ 200 ตัน ตามคำสั่งของจังหวัดฯ หลังจากที่ได้มีการเข้าตรวจสอบไปเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยสั่งให้มีการจัดเก็บกากอุตสาหกรรมทั้งหมดไว้ภายในโกดังอย่างมิดชิดและปลอดภัย ไม่ให้มีวัตถุตกค้างอยู่ภายนอก ส่วนการดำเนินคดีให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
จากการตรวจสอบพบว่า ผู้เช่าโกดังได้ขนย้ายอะลูมิเนียมดรอสกองใหญ่ที่เคยวางอยู่ภายนอก เข้าไปจัดเก็บภายในโกดังแล้ว พร้อมนำผ้าใบขนาดใหญ่มาคลุมถุงบิ๊กแบ็ก เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนที่ตกลงมาเพราะหลังคารั่ว เกิดการสัมผัสกับวัตถุดังกล่าว ระหว่างที่รอการซ่อมแซมหลังคาโกดังที่ชำรุดรั่วซึมจากทางผู้ให้เช่าโกดัง อย่างไรก็ตามยังคงพบเศษอะลูมิเนียมดรอสตกค้างอยู่บริเวณพื้นด้านนอกโกดัง โดยมีการนำทรายมากลบไว้ ส่วนด้านข้างโกดังซึ่งเป็นป่ารก ยังคงพบอะลูมีเนียมดรอสบรรจุอยู่ในถุงบิ๊กแบ็กสภาพเก่าและฉีกขาด ไม่ได้ถูกนำไปไว้ภายในโกดัง ซึ่งเจ้าของกากอุตสาหกรรมทั้งหมดอ้างว่าพื้นที่ตรงนั้นรถบรรทุกไม่สามารถเข้าไปดำเนินการจัดเก็บได้ ภายในระยะเวลา 7 วันที่กำหนด แต่ยืนยันว่าจะเข้ามาดำเนินการให้แล้วเสร็จ พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอีกครั้งเมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว





นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า การเข้าตรวจสอบในครั้งนี้ ต้องถือว่ายังไม่แล้วเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ จึงได้สั่งให้ทางผู้เช่าโกดังดำเนินการจัดเก็บอะลูมิเนียมดรอสทั้งหมดไว้ภายในโกดังที่มีสภาพมิดชิดและปลอดภัย รวมถึงต้องจัดการวัตถุที่ตกค้างอยู่ภายนอกให้หมด ไม่ใช่เพียงขนย้ายกองใหญ่เข้าไปไว้ด้านใน แต่ยังเหลือเศษกากหรือวัตถุที่ถูกทรายกลบอยู่บริเวณโดยรอบ เนื่องจากต้องป้องกันความเสี่ยงจากฝุ่นละออง น้ำฝน และการชะล้างที่อาจนำพาสิ่งปนเปื้อนแพร่กระจายออกสู่พื้นที่โดยรอบ และเมื่อเก็บเข้าโกดังหมดแล้ว ก็ต้องมีการปิดประตูให้สนิทด้วย นอกจากนี้ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ติดตามการแก้ไขหลังคาที่รั่วซึมเพื่อให้การจัดเก็บเป็นไปอย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ส่วนความคืบหน้าทางด้านคดี ระหว่างสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร กับคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ให้เช่าโกดังและผู้เช่าโกดังนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรุปสำนวนเพื่อส่งพนักงานอัยการพิจารณาดำเนินการฟ้องศาลต่อไป โดยทางจังหวัดฯ ยืนยันว่าการจัดเก็บและแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมต้องดำเนินควบคู่ไปกับกระบวนการทางกฎหมายอย่างเข้มข้นและจริงจัง
กรณีที่เจ้าของวัตถุอ้างว่าวัตถุที่เก็บไว้ทั้งหมดนี้หมดสภาพการใช้งานแล้ว แต่นำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ เช่น การผลิตอิฐบล็อกนั้น อันนี้หน่วยงานไม่สามารถที่จะยืนยันได้เพราะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบ แต่วัตถุทั้งหมดที่พบยังไม่สามารถนำไปดำเนินการใด ๆ ได้ในขณะนี้ แม้แต่การขนย้ายไปเก็บไว้ที่อื่น เพราะต้องรอให้กระบวนการทางกฎหมายแล้วเสร็จ หรือมีคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลก่อน จากนั้นจึงพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์ของกระทรวงอุตสาหกรรมต่อไป



นายบรรพต กล่าวทิ้งท้ายว่า จังหวัดสมุทรสาครจะติดตามการจัดเก็บวัตถุและการแก้ไขข้อบกพร่องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่ากากอะลูมิเนียมดรอสทั้งหมดได้รับการจัดเก็บอย่างเหมาะสม ไม่มีวัตถุตกค้างอยู่ภายนอก และลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โดยรอบ ส่วนใครที่พบเห็นหรือสงสัยว่า จะมีการกักเก็บวัตถุอันตรายหรือสิ่งที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน หรือแม้แต่สิ่งแวดล้อม ขอให้แจ้งมาที่ทางจังหวัด และหน่วยงานปกครองในพื้นที่ หรือเทศบาล เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
สาครออนไลน์ โดย กิตติกร นาคทอง

