
“พรรคประชาชน” จัดเวทีปราศรัยใหญ่สมุทรสาคร แฟนคลับแห่ฟังแน่น ผู้สมัคร สส. ทั้ง 4 เขต กางนโยบายแก้ปัญหาในจังหวัดฯ ด้าน “ไหม ศิริกัญญา” แคนดิเดตนายกฯ ฉะปัญหา ถ.พระราม 2 ท้อแท้ชาวสมุทรสาคร เปรย “คนนะไม่ใช่หุ่นยนต์ ที่ต้องมาทนรถติดทุกวัน” ลั่นเลือกตั้งครั้งนี้คือนัดล้างตา วอนเลือกให้ชนะเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2569 พรรคประชาชน (ปชน.) ได้มีการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ สมุทรสาคร ณ ลานตลาดทรัพย์เจริญ สามแยกกระทุ่มแบน ต.คลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร นำโดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคฯ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ ได้แก่ นายปิยรัฐ จงเทพ, น.ส.รักชนก ศรีนอก และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รวมถึงผู้สมัคร สส. สมุทรสาคร ทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วย เขต 1 นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม, เขต 2 นายศิรสิทธิ์ สงนุ้ย, เขต 3 นายศิริโรจน์ ธนิกกุล และเขต 4 นายอานนท์ งามดอกไม้



กิจกรรมปราศรัยเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อกลุ่มผู้สนับสนุนทยอยเดินทางมาร่วมงาน จากนั้นผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต ทั้ง 4 เขตของจังหวัดสมุทรสาคร ได้หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันขึ้นมากล่าวปราศรัยถึงนโยบายต่าง ๆ ของพรรค ได้แก่ เขต 4 “เอส” อานนท์ งามดอกไม้ เบอร์ 6 กล่าวปราศรัยในหัวข้อ “เกษตร ยั่งยืน” นำเสนอนโยบายผลักดันเกษตรยั่งยืน 4 ข้อ ได้แก่ 1. จัดทำตลาดที่เป็นธรรมให้เกษตรกร (Fair Trade Market) 2. เปลี่ยนรูปแบบการเพาะปลูก จากเชิงปริมาณเป็นเชิงคุณภาพ 3. การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย (โดรนเพื่อการเกษตร, เทคโนโลยีด้าน IoT) และ 4. ผลักดัน Young Smart Farmer ยุค 4.0
เขต 3 “เจ” ศิริโรจน์ ธนิกกุล เบอร์ 3 กล่าวปราศรัยในหัวข้อ “แรงงานและสวัสดิการสังคม” โดยพูดถึงเรื่องปัญหาแรงงานแพลตฟอร์ม (ไรเดอร์) ที่เคยอภิปรายไว้ในสภาฯ เมื่อปี 2566 ซึ่งพรรคประชาชนมีนโยบายเฉพาะช่วยเหลือแรงงานกลุ่มดังกล่าว ทั้งการบังคับให้บริษัทแพลตฟอร์มให้ทำประกันภัย-ประกันชีวิต แก่ไรเดอร์ การทำให้เป็นแรงงานตามระบบ มีความคุ้มครองตามกฎหมาย และการมีกองทุนไว้ดูแลกลุ่มอาชีพนี้ในระยะยาว ส่วนแรงงานในระบบ ทางพรรคฯ มีนโยบายปรับค่าแรงขึ้นอัตโนมัติตามอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ การลดชั่วโมงทำงาน จาก 48 ชม. เป็น 40 ชม. นอกจากนี้ ได้นำเสนอนโยบายอื่น ๆ ของพรรคประชาชน เช่น เงินอุดหนุนเด็กเล็ก 600 บาท, อุดหนุนค่าเช่าที่อยู่อาศัย และเบี้ยผู้สูงอายุเพิ่มเป็น 1,000 บาท



เขต 2 “ครูสิทธิ์” ศิรสิทธิ์ สงนุ้ย เบอร์ 4 กล่าวปราศรัยในหัวข้อ “หยุดมลพิษ สู้โลกรวน” กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในจังหวัดสมุทรสาคร ทั้งการลักลอบซุกซ่อนกากแคดเมียม กากสารพิษจากโรงงานหลอมถูกฝังในดิน กระจายลงในแม่น้ำสู่พื้นที่การเกษตร ปัญหาอุตสาหกรรมจีนเทา อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ ปัญหาส่วยผู้มีอิทธิพล รวมถึงปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งในสภาที่ผ่านมาตนได้ติดตามปัญหาเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้แก้ไขปัญหาอย่างเสร็จสิ้น เพราะไม่รื้อที่โครงสร้างหรือระบบ และเรื่องส่วยจากผู้มีอิทธิพลในท้องที่ ท้องถิ่น และข้าราชการบางส่วน
ปัญหาเหล่านี้บ่มเพาะอยู่ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งพรรคประชาชนจะเข้าไปแก้ไขกฎหมาย ซึ่งสมัยที่ผ่านมามีการผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ, กฎหมาย PRTR, พ.ร.บ.การกำจัดขยะฯ และ พ.ร.บ.โรงงานฯ ที่ทางพรรคฯ ร่างขึ้นมาใหม่ รวมถึงยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 4/59 และจะผลักดันเรื่องกองทุนอากาศสะอาดฯ นอกจากนี้ยังมีเรื่องการแก้ปัญหาน้ำทะเลหนุน และการกัดเซาะชายฝั่ง โดยวางยุทธศาสตร์เรื่องน้ำอย่างเป็นระบบ


และเขต 1 “ฟลิ้น” ณัฐพงษ์ สุมโนธรรม เบอร์ 5 กล่าวปราศรัยในหัวข้อ “เปลี่ยนเป็นรัฐบาลประชาชน หรือจะอยู่กันแบบเดิม?” โดยหยิบยกปัญหาถนนพระราม 2 ทั้งเรื่องรถติด กระทบต่อเศรษฐกิจของจังหวัดฯ และความไม่ปลอดภัยต่าง ๆ ล่าสุดจะมีการขยายเวลาเพิ่มในการแก้ไขเรื่องเครนถล่ม รวมถึงจะปิดถนนพระราม 2 ในพื้นที่มีการแก้ไข 100% ตนคิดว่าแน่นอนความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ แต่ต้องหาสมดุลให้เจอ ไม่เช่นนั้นสุดท้ายแล้วพี่น้องประชาชนก็ได้รับผลกระทบ และเวลาสั่งปิดถนนควรบอกว่าจะแก้ไขปัญหาจราจรอย่างไร จะเยียวยาพี่น้องประชาชนชาวสมุทรสาครอย่างไร ไม่เช่นนั้นแล้วผลกระทบจะมหาศาล
อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ สมุทรสาครเคยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของประมง แต่ตอนปี 2558 เจอปัญหา IUU ประมงสมุทรสาครก็พังกันหมด เศรษฐกิจได้รับผลกระทบ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลคณะรัฐประหารไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ จึงมาแก้ไขปัญหาในประเทศด้วยการออกกฎหมายที่เข้มงวด ไม่ฟังเสียงผู้ที่เกี่ยวข้อง พอออกเรือก็เสียค่าปรับทีเจ๊งกันระเนระนาด เลยสร้างผลกระทบให้กับพี่น้องชาวสมุทรสาคร แต่สมัยที่ตนเป็นผู้แทน ได้ร่วมช่วยเข้าไปผลักดันปลดล็อกแก้ไขกฎหมายประมงเรื่องโทษสำเร็จ ตนเชื่อว่าสุดท้ายแล้วหากประมงกลับมาได้ เศรษฐกิจสมุทรสาครจะกลับมา



จากนั้นผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประกอบด้วย “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ, “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก และ “กาย” ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ก็ขึ้นกล่าวปราศรัยตามลำดับ พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนเลือกพรรคประชาชน ทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ เบอร์ 46 ก่อนปิดท้ายด้วย ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคฯ ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตนท้อแท้ชาวสมุทรสาครเหลือเกิน กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับปัญหาถนนพระราม 2 อุบัติเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่าแก้ไม่หายสักที สมุดพกผู้รับเหมาก็ไม่มาสักที มาตอนนี้มีเหตุเครนถล่มก็จะมาปิดถนนอีก “คนนะไม่ใช่หุ่นยนต์ ที่ต้องมาทนรถติดทุกวัน” อันนี้ตนทนไม่ไหวก็ต้องออกมาสู้ ถึงแม้จะไม่มีอำนาจอยู่ในมือ ก็ต้องออกมาพูดเพื่อเตือนสติคนที่นั่งอยู่ในรัฐบาลตอนนี้ ว่าแก้ปัญหาแบบปะผุแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ได้


ตนคิดว่าทุกคนอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง อยากเห็นรัฐบาลเข้าใจและเห็นใจพี่น้องประชาชนจริง ๆ มาแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้ให้จบสิ้นในยุคนี้ แต่ว่ารอแล้วรออีกก็ไม่มี เราก็เลยอาสามา จากคนธรรมดาที่อยากจะมาทำการเมือง ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา ถึงตอนนี้เป็นเวลามากว่า 8 ปีแล้ว แต่เราก็ยังไม่มีโอกาสมีอำนาจรัฐเต็ม มาเพื่อแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนสักที ดังนั้นปีนี้ 2569 ขอให้เราเป็นรัฐบาลมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ต้องขอขอบคุณเสียงของพี่น้องประชาชนในปี 2566 มาก ๆ ที่ได้มอบความไว้วางใจให้อดีตพรรคก้าวไกลในตอนนั้นมาเป็นอันดับ 1 ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ตาม วันนั้นหลายคนอาจจะผิดหวัง เสียใจที่เลือกไปแล้วก็ไม่เห็นได้เป็นรัฐบาล ครั้งนี้คือนัดล้างตา เลือกรอบนี้ต้องได้เป็นรัฐบาลแล้ว ดังนั้นเราก็รู้ว่าเขาวางหมากกลไว้หลายด่าน ทำให้คนยังลังเลใจว่าเลือกไปแล้วจะไม่ได้เป็นรัฐบาลอีก ก็ต้องบอกว่ารอบนี้ไม่เหมือนรอบปี 2566 เพราะว่าไม่มี สว. หน้าไหนมาเลือกนายกรัฐมนตรีได้อีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเลือกให้ชนะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด พรรคประชาชนได้จัดตั้ง “รัฐบาลประชาชน” แน่นอน



สาครออนไลน์ โดย กิตติกร นาคทอง

