
มูลนิธิโรงพยาบาลนครท่าฉลอม ร่วมกับหลายภาคส่วน จัดงาน “ท่าฉลอมมินิมาราธอน” ครั้งที่ 5 ตอน บริจาคเครื่องผ่าตัดส่องกล้อง มีนักวิ่งเข้าร่วมอย่างคึกคักกว่า 3,600 คน ได้เงินสนับสนุนตามเป้าหมาย 5 ล้านบาท
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 25 ต.ค. 2569 นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานเปิดงาน “ท่าฉลอมมินิมาราธอน” ครั้งที่ 5 ตอน บริจาคเครื่องผ่าตัดส่องกล้อง ณ โรงพยาบาลนครท่าฉลอม ต.ท่าฉลอม อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร โดยมี ดร.สุวันชัย แสงสุขเอี่ยม ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลนครท่าฉลอม นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร นายชวพล วัฒนพรมงคล และนายนิคม มากรุ่งแจ้ง สมาชิกวุฒิสภา นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส. สมุทรสาคร เขต 1 นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ สส. สมุทรสาคร เขต 2 รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก




งาน “ท่าฉลอมมินิมาราธอน” ครั้งที่ 5 ตอนบริจาคเครื่องผ่าตัดส่องกล้อง จัดขึ้นโดย มูลนิธิโรงพยาบาลนครท่าฉลอม ร่วมกับ บริษัท สมุทรสาครพัฒนาเมือง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสมุทรสาคร สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสาคร หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร มูลนิธิบ้านท่าฉลอม ชมรมพลังสตรีท่าฉลอม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสาคร และภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง




ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและการท่องเที่ยว รวมทั้งเพื่อจัดหารายได้ร่วมสมทบทุนในการจัดซื้อเครื่องผ่าตัดส่องกล้อง มูลค่าราว 5 ล้านบาท เพื่อบริจาคให้โรงพยาบาลนครท่าฉลอม การที่มีเครื่องผ่าตัดส่องกล้องจะช่วยทำให้ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดมีแผลผ่าตัดเล็ก ลดภาวะแทรกซ้อนและการติดเชื้อและฟื้นตัวได้เร็ว รวมทั้งเป็นการผ่าตัดที่มีความแม่นยำสูง




โดยงานท่าฉลอมมินิมาราธอนในครั้งนี้ มีผู้มาร่วมวิ่งทั้งระยะทาง 4.0 และ 11.5 กม. รวมจำนวนราว 3,600 คน โดยได้วิ่งไปตามถนนถวายระยะทาง 2.0 กม. ซึ่งมีสตรีอาร์ตที่สวยงามมีเสน่ห์ตามผนัง พื้นถนน และฝาท่อ ขณะที่เส้นทางวิ่งได้ผ่านพื้นที่ตำบลท่าฉลอม บางหญ้าแพรก และท่าจีน ซึ่งได้รับความร่วมมือและความช่วยเหลือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เป็นอย่างดี หลังการวิ่ง ผู้มาร่วมวิ่งจะได้รับประทานอาหารอร่อยของชุมชนอีกด้วย






ทั้งนี้ งานท่าฉลอมมินิมาราธอน ครั้งที่ 5 มีผู้ร่วมสนับสนุนสมทบทุนในการจัดซื้อเครื่องผ่าตัดสองกล้องเพื่อบริจาคให้โรงพยาบาลนครท่าฉลอมจำนวนมาก และได้เงินสนับสนุนครบ 5 ล้านบาทตามที่ตั้งเป้าหมายไว้แล้ว จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการผนึกกำลังกัน เพื่อการจัดกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์ โดยใช้การส่งเสริมสุขภาพและการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ดังกล่าว


สาครออนไลน์ โดย กิตติกร นาคทอง

