
อบจ.สมุทรสาคร จัดโครงการ “เกษตรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย” เสริมสร้างความรู้เรื่องโรคไข้ดิน และการทำอาหารเพื่อสุขภาพจากผลไม้ในท้องถิ่น แก่เกษตรกรในจังหวัดฯ ณ สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 มิ.ย. 2569 นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “เกษตรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว หมู่ 2 ต.บ้านแพ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา หัวหน้าส่วนราชการในสังกัด อบจ.สมุทรสาคร ผู้แทนเกษตรกรในจังหวัดสมุทรสาคร และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม จำนวน 70 ราย

นายศักดิ์ชัย ตั้งวิทย์โมไนย ส.อบจ.สมุทรสาคร กล่าวว่า ในปัจจุบันวิทยาการทั้งหลายเจริญขึ้น โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบในระยะยาว เช่น การใช้ปุ๋ยเคมี การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช การใช้สารเร่งความเจริญเติบโตในสัตว์ รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีในการตัดต่อพันธุกรรมพืชและสัตว์ ทำให้เกิดปัญหาดินเสีย น้ำเสีย ระบบนิเวศในธรรมชาติ ทำให้ผลผลิตทางเกษตรที่จะใช้เป็นอาหารปนเปื้อนสารพิษที่ตกค้าง เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค และเกิดผลเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศ จากวิถีการใช้ชีวิตของคนไทยในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเร่งรีบในการทำงาน การบริโภคอาหารสำเร็จรูป โดยไม่คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ ทำให้แนวโน้มของการเกิดโรคเพิ่มมากขึ้น

ประกอบกับในปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำส่งผลกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกร ดังนั้น องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร จึงได้จัดทำโครงการ “เกษตรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่ออบรมให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ ในหัวข้อเรื่อง “อันตรายจากโรคไข้ดินและการป้องกันตนเอง” โดยวิทยากรจากโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) และกิจกรรมแบ่งกลุ่มฐานการเรียนรู้ “การทำอาหารเพื่อสุขภาพจากผลไม้ในท้องถิ่น”

ทางด้านนายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร เปิดเผยว่า ในปัจจุบันพบว่าคนไทยมีปัจจัยเสี่ยงมากมายทั้งปัจจัยทางด้านพันธุกรรม ปัจจัยด้านโภชนาการ และสิ่งแวดล้อมรอบตัว ทำให้คนไทยมีแนวโน้มของการเกิดโรคเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกร โดยเฉพาะพืชหลักในจังหวัดสมุทรสาคร เช่น มะพร้าว ลำไย และพืชสวนต่าง ๆ ซึ่งสาเหตุหลักของราคาสินค้าเกษตรตกต่ำนั้นก็มาจากผลผลิตล้นตลาด ต้นทุนการผลิตสูง และปัจจัยภายนอกต่าง ๆ

แนวทางแก้ไขในปัจจุบัน คือ การบริหารจัดการพืชผล โดยการแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้า เพื่อลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด และยืดอายุการเก็บรักษา โดยเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่หลากหลาย เช่น อบแห้ง เชื่อม ดอง หรือ ทำเป็นขนมหวาน เค้ก ซึ่งช่วยสร้างรายได้เสริมให้ชุมชนได้เป็นอย่างดี การจัดโครงการในครั้งนี้ถือเป็นนโยบายที่สำคัญขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ที่มุ่งส่งเสริม สนับสนุน และช่วยเหลือเกษตรกร และที่สำคัญ คือ การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในการประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิต

สาครออนไลน์ โดย กิตตินันท์ นาคทอง

