
ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ลุยพื้นที่น้ำท่วมบ้านแพ้ว เร่งแก้ปัญหาชุมชนหมู่ 6 ต.โรงเข้ จมเกือบเดือน สั่ง อบจ.สค. สำรวจทำแนวกั้นน้ำ ป้องกันน้ำทะลักเข้าโรงเรียนและชุมชน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 29 ต.ค. 2569 นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายอภิชาต โพธิ์ถนอม รองนายก อบจ.สมุทรสาคร น.ส.ภารดี เผือกโสภา นายอำเภอบ้านแพ้ว นายกฤษฎาพันธ์ จันทรคณา ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสมุทรสาคร นายเฉลิมวรรษ อินทชัยศรี ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาดำเนินสะดวก นายอนุตร ปางพุฒิพงษ์ หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จังหวัดสมุทรสาคร ดร.พงศธร ลิมปนเวทย์สกุล นายกเทศมนตรีตำบลหลักห้า นายถวิล พลอยบ้านแพ้ว นายก อบต.บ้านแพ้ว กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในชุมชนเป็นเวลานานเกือบ 1 เดือน พื้นที่หมู่ 6 ต.โรงเข้ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

เริ่มต้นนายอำนาจ พร้อมคณะ ลงพื้นที่บริเวณประตูระบายน้ำคลอง D4 (คลองหินปัก) ต.ยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ และประเมินประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ก่อนเดินทางต่อไปยังชุมชนบริเวณหลังวัดธรรมโชติ หมู่ 6 ต.โรงเข้ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เพื่อสำรวจสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ รับทราบความเดือดร้อนของประชาชน และร่วมกันกำหนดแนวทางป้องกันน้ำเข้าชุมชน ควบคู่กับการเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังออกจากพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ซึ่งชาวในพื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังยาวนานมาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว โดยเฉพาะบริเวณโรงเรียนวัดธรรมโชติ ต้องเลื่อนกำหนดวันเปิดภาคเรียน จากวันที่ 2 พ.ย. 2569 เป็นวันที่ 5 พ.ย. 2569 เนื่องจากสถานการณ์น้ำยังไม่ลดลง

โดยนายอำนาจ ได้มอบหมายให้ อบจ.สมุทรสาคร เร่งสำรวจสภาพพื้นที่โรงเรียนวัดธรรมโชติ เพื่อพิจารณาจัดทำแนวป้องกันน้ำท่วม ทั้งการก่อสร้างคันดินและการวางกระสอบทรายตามความเหมาะสม โดยกำหนดให้เข้าดำเนินการสำรวจพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ (30 ต.ค.) ก่อนเร่งวางแผนและดำเนินการตามแนวทางที่เหมาะสมโดยเร็ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เป็นการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน

ทั้งนี้ นายอำนาจ กล่าวว่า การแก้ปัญหาระยะเร่งด่วนนี้ อาจจะได้ผลไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ แต่การที่ทุกฝ่ายได้เข้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านให้บรรเทาลงได้บ้าง ก็ย่อมดีกว่าการที่ไม่ดำเนินการอะไรเลย โดยแนวทางการแก้ไขปัญหาจะต้องพิจารณา ทั้งการทำแนวคันกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำจากภายนอกไหลเข้าพื้นที่เพิ่มเติม และการวางแผนระบายน้ำที่ขังอยู่ภายในชุมชนออกไปอย่างเป็นระบบ โดยประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานด้านชลประทาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสอดคล้องกัน ไม่เป็นการผลักภาระน้ำไปสร้างผลกระทบให้กับพื้นที่ใกล้เคียง

สาครออนไลน์ เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ

