กมธ.พาณิชย์ฯ วุฒิสภา ลุยตรวจโรงงานพื้นที่สมุทรสาคร ติดตามปัญหามลพิษ-ตั้งปมนอมินีทุนต่างชาติ

กมธ.การพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา ผนึกทีม สว.เส่ง-สว.โบ๊ต ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เข้าตรวจสอบโรงหล่อหลอม ซอยกองพนันพล-บ้านปากบ่อ ต.ชัยมงคล และโรงงานรีไซเคิลพลาสติก ต.ท่าทราย หลังประชาชนร้องพบปัญหามลพิษเพียบ ตั้งปมบางโรงงานใช้นอมินีคนไทยถือหุ้นแทนทุนต่างชาติ จี้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2569 คณะกรรมาธิการการพาณิชย์ และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา นำโดย ดร.เอกชัย เรืองรัตน์ รองประธานคณะกรรมาธิการฯ คนที่หก พร้อมคณะ ร่วมกับ นายชวพล วัฒนพรมงคล และนายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสาคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อติดตามและศึกษาปัญหาการจัดการกากอุตสาหกรรมและขยะสารเคมี ผลกระทบต่อประชาชน สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ รวมถึงการดำเนินคดีกับบริษัทที่เกี่ยวข้อง และประเมินมูลค่าการจัดการกากอุตสาหกรรมและขยะสารเคมี

โดยในช่วงเช้า คณะกรรมาธิการฯ ได้เข้าตรวจสอบสถานประกอบการและโรงงานในพื้นที่ อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร รวม 3 แห่ง ได้แก่ โรงงานหล่อหลอมซอยกองพนันพล หมู่ 2 ต.คอกกระบือ, โรงงานหล่อหลอมย่านชุมชนบ้านปากบ่อ หมู่ 4 ต.ชัยมงคล และโรงงานรีไซเคิลพลาสติก พื้นที่หมู่ 3 ต.ท่าทราย ใกล้เคียงวัดศิริมงคล หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับปัญหามลพิษจากการประกอบกิจการ ทั้งกลิ่น ฝุ่นละออง และเสียงรบกวน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ

โดยเฉพาะโรงงานรีไซเคิลพลาสติก พื้นที่ ต.ท่าทราย พบว่ามีการเก็บกองเศษพลาสติกและวัตถุดิบไว้ภายนอกอาคาร โดยไม่มีการปกคลุมเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมโรงงานอุตสาหกรรม และเมื่อมีฝนตกอาจชะล้างเศษวัสดุปนเปื้อนไปยังพื้นที่นอกโรงงานและแหล่งน้ำสาธารณะ รวมถึงการตรวจพบช่องเจาะบริเวณกำแพงโรงงาน มีน้ำสีดำจากบ่อบำบัดไหลออกสู่ร่องดินด้านนอกซึ่งออกไปสู่คลองสาธารณะ ทางคณะกรรมาธิการฯ มีข้อกังวลว่าน้ำที่ระบายออกมานั้นผ่านกระบวนการบำบัดตามมาตรฐานหรือไม่ อีกทั้งจากการตรวจสอบแนวเขตที่ดิน พบว่าลานกองสินค้าและแนวตอกเสาเข็มบริเวณด้านหลังโรงงาน อาจมีการรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่คลองสาธารณะ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบแนวเขตที่ดินและพื้นที่คลองให้ชัดเจนด้วย

นอกจากนี้ ทางคณะกรรมาธิการฯ ตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างผู้ถือหุ้นของโรงงานดังกล่าว โดยเอกสารระบุว่ามีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลสัญชาติไทยทั้งหมด อย่างไรก็ตาม กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ซึ่งถือหุ้นอยู่ร้อยละ 10 กลับไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจได้อย่างชัดเจน ทั้งราคาซื้อที่ดิน รายได้ และผลกำไรจากการประกอบกิจการ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจมีการใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นตัวแทนถือหุ้น หรือ “นอมินี” เพื่ออำพรางการถือหุ้นแทนกลุ่มทุนต่างชาติหรือไม่ ซึ่งจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินทุนและโครงสร้างการบริหารกิจการอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นไปตามกฎหมาย

จากนั้นในช่วงบ่าย คณะกรรมาธิการฯ ได้ประชุมหารือร่วมกับ นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมพันท้ายนรสิงห์ (401) ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร โดยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาการจัดการกากอุตสาหกรรมและขยะสารเคมี ผลกระทบต่อประชาชนทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ตลอดจนแนวทางการกำกับดูแลสถานประกอบการ การตรวจสอบการปล่อยมลพิษ การบังคับใช้กฎหมาย และการดำเนินคดีกับบริษัทที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าว คณะกรรมาธิการฯ ได้มุ่งเน้นการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากสถานประกอบการและรับฟังข้อมูลจากประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการพิจารณาและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการควบคุมการปล่อยน้ำเสียและมลพิษจากโรงงาน การป้องกันการรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ การตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นและการประกอบธุรกิจที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย ตลอดจนการยกระดับมาตรการกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อให้การแก้ไขปัญหามลพิษในจังหวัดสมุทรสาครเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นว่าการประกอบกิจการอุตสาหกรรมจะต้องดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย มีความรับผิดชอบต่อสังคม และไม่สร้างภาระให้กับชุมชนในระยะยาว

สาครออนไลน์ เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *