ศาลายา-นครปฐม กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีแดง สมุทรสาครอาจจะยัง

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงนามสัญญาจ้างโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ส่วนต่อขยายช่วงรังสิต–มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กิโลเมตร มูลค่าโครงการ 6,057 ล้านบาท และช่วงศิริราช–ตลิ่งชัน–ศาลายา ระยะทาง 20.50 กิโลเมตร มูลค่าโครงการ 14,720 ล้านบาท นับจากนี้จะลงนามสัญญาจ้างผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ก่อนแจ้งเริ่มงานก่อสร้าง (NTP) และเริ่มลงมือก่อสร้าง ใช้เวลาก่อสร้าง 36 เดือน (3 ปี) กำหนดแล้วเสร็จในปี 2572

Continue reading “ศาลายา-นครปฐม กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีแดง สมุทรสาครอาจจะยัง”

จดหมายเปิดผนึกถึง ผอ.ขสมก. ข้อเสนอปรับปรุงเส้นทางเดินรถ จ.สมุทรสาคร

18 พฤษภาคม 2569

เรื่อง ข้อเสนอปรับปรุงเส้นทางเดินรถ

เรียน ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

Continue reading “จดหมายเปิดผนึกถึง ผอ.ขสมก. ข้อเสนอปรับปรุงเส้นทางเดินรถ จ.สมุทรสาคร”

ขอเชิญชาวสมุทรสาคร เสนอความเห็น-ออกแบบ ปรับปรุงเส้นทางเดินรถ ขสมก.

คลิกที่นี่เพื่อแสดงความคิดเห็น (เปิดรับคอมเมนต์ภายในวันเสาร์ที่ 16 พ.ค. 2569)

ตามที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เร่งปรับปรุงโครงสร้างเส้นทาง (Re-route) ใช้ระบบจำลองการเดินรถ (Simulator) วิเคราะห์และปรับปรุงเส้นทางเดินรถ ภายใน 2 เดือน เพื่อลดกิโลเมตรสูญเปล่า ลดความทับซ้อนของเส้นทาง ขยายบริการสู่พื้นที่ชุมชนใหม่ เชื่อมต่อระบบขนส่งหลักอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความถี่เที่ยววิ่งให้สามารถหมุนเวียนรถและรองรับการเดินทางของประชาชนได้มากขึ้นนั้น เมื่อวันก่อน ขสมก. ได้ประชุมร่วมกับกลุ่มบัสแฟน และ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เพื่อร่วมวางแผนปฏิรูปเส้นทาง (Re-route) ให้ตรงใจประชาชนมากที่สุด พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มบัสแฟน

Continue reading “ขอเชิญชาวสมุทรสาคร เสนอความเห็น-ออกแบบ ปรับปรุงเส้นทางเดินรถ ขสมก.”

BEM ปะทะโทลล์เวย์ร่วมกับซิโน-ไทย ชิงงานระบบมอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว 32 ปี

แม้การก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 ช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว การติดตั้งโครงสร้างทางยกระดับ ยังคงเหลือตอน 4 และตอน 7 โดยมีเป้าหมายติดตั้งให้แล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค. 2569 ก่อนเก็บงานที่เหลือ แต่อีกด้านหนึ่ง การประกวดราคาการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) มูลค่ารวมประมาณ 15,724 ล้านบาท พบว่ามีผู้ยื่นประมูล 2 ราย ได้แก่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM และ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT ร่วมกับบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC

Continue reading “BEM ปะทะโทลล์เวย์ร่วมกับซิโน-ไทย ชิงงานระบบมอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว 32 ปี”

GPP สมุทรสาครอันดับ 5 ของประเทศ จากเมืองประมงสู่อุตสาหกรรมเต็มรูป 29 ปีโควิดหนักน้อยกว่าต้มยำกุ้ง

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เผยแพร่ ตารางสถิติผลิตภัณฑ์ภาคและจังหวัด พ.ศ. 2567 (GPP 2024) เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการวัดมูลค่าขนาดเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัด พบว่าในปี 2567 จังหวัดสมุทรสาคร ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (Gross provincial product หรือ GPP) เป็นอันดับ 5 ด้วยจำนวน 433,722 ล้านบาท และมีรายได้เฉลี่ยต่อหัว (GPP Per capita) เป็นอันดับ 6 ด้วยจำนวน 390,952 บาท

Continue reading “GPP สมุทรสาครอันดับ 5 ของประเทศ จากเมืองประมงสู่อุตสาหกรรมเต็มรูป 29 ปีโควิดหนักน้อยกว่าต้มยำกุ้ง”

สหภาพรถไฟฯ ค้านแหลก หั่นรถไฟมหาชัย-วงเวียนใหญ่ 12 ขบวน สายแม่กลองอีก 2 ขบวน

เมื่อวันก่อน นายสราวุธ สราญวงศ์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ยื่นหนังสือถึงผู้อำนวยการฝ่ายบริการโดยสาร (อดส.) เรื่อง ขอให้ทบทวนแผนการยกเลิกและปรับปรุงขบวนรถบริการเชิงสังคม หรือขบวนรถไฟชั้น 3 หลังพบว่าจะมีการยกเลิกขบวนรถบริการเชิงสังคม หรือรถไฟชั้น 3 จำนวน 34 ขบวน

Continue reading “สหภาพรถไฟฯ ค้านแหลก หั่นรถไฟมหาชัย-วงเวียนใหญ่ 12 ขบวน สายแม่กลองอีก 2 ขบวน”

แปลกแต่จริงมอเตอร์เวย์ M82 ด่านสมุทรสาคร 1 รถจากกระทุ่มแบนขึ้นไม่ได้

การก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว แม้ว่าตอน 7 ช่วงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน จะยังคงชะงักจากอุบัติเหตุเครนถล่ม แต่พบว่าก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว 9 ตอน รวมระยะทางประมาณ 19.13 กิโลเมตร เหลือเพียง 4 ตอนสุดท้าย คือ ตอนที่ 4, 5, 6 และ 7 ระยะทางรวมประมาณ 5.47 กิโลเมตร

Continue reading “แปลกแต่จริงมอเตอร์เวย์ M82 ด่านสมุทรสาคร 1 รถจากกระทุ่มแบนขึ้นไม่ได้”

ทางยกระดับพระรามที่ 2 ชะงักตอน 7 อุบัติเหตุใหญ่ การทางพิเศษฯ ควรเปิดถึงวัดยายร่ม

เหตุการณ์คานถล่ม โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว บริเวณสะพานท่าจีน จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2569 นอกจากจะมีผู้เสียชีวิต 2 ราย การจราจรบนถนนพระราม 2 เส้นทางหลักสู่ภาคใต้ ติดขัดเป็นคอขวดเพราะช่องทางหลักใช้การไม่ได้แล้ว ยังนำมาซึ่งความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างประเมินค่าไม่ได้

Continue reading “ทางยกระดับพระรามที่ 2 ชะงักตอน 7 อุบัติเหตุใหญ่ การทางพิเศษฯ ควรเปิดถึงวัดยายร่ม”

“ทำมากกว่าพูด” ตามแบบฉบับของ “ณมาณิตา กลับบ้านเกาะ” ผู้สมัคร สส.สมุทรสาคร เขต 1 กล้าธรรม

สนามเลือกตั้งสมุทรสาคร เขต 1 พื้นที่ไข่แดงมหาชัย เป็นที่จับตามองอย่างยิ่ง นอกจากผู้สมัครแต่ละพรรคเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่แล้ว ยังมีผู้สมัครรายหนึ่งได้ชื่อว่าเป็น สส.หญิงคนแรกของสมุทรสาคร จากการเลือกตั้งปี 2562 ผ่านประสบการณ์ทำงานเป็นผู้แทนมาแล้ว 1 สมัย

เคยผลักดันผลงานสำคัญในพื้นที่ ทั้งการขุดลอกคลองสุนัขหอน จากที่ไม่เคยขุดลอกมานานกว่า 30 ปี เพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำทะเลหนุน รวมทั้งคลองมหาชัย-สนามชัย และคลองอีกหลายสาย ผลักดันโครงการทางแยกต่างระดับบ้านแพ้ว มูลค่า 660 ล้านบาท ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้ไปเมื่อไม่นานมานี้ และอีกสารพัดโครงการ

จากคนบ้านแพ้วโดยกำเนิด สำเร็จการศึกษาทั้งปริญญาตรีและปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนจะคว้าปริญญาโทอีกใบ และคว้าปริญญาเอก สาขาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต ผ่านงานการเมืองทั้งระดับท้องถิ่น เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร 4 สมัย และประธานสภาฯ 1 สมัย ก่อนจะก้าวสู่การเมืองระดับชาติ ลงสมัคร สส. ครั้งแรกกับพรรคพลังประชารัฐ และได้รับการเลือกตั้ง แม้ว่าจะไม่ได้ไปต่อในสมัยที่สอง แต่ก็ยังไม่ละทิ้งงานการเมือง ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี 3 รัฐบาล และผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การเลือกตั้งครั้งนี้สวมเสื้อพรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พร้อมด้วย ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, ปวีณา หงสกุล และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สำหรับจังหวัดสมุทรสาคร พรรคกล้าธรรมส่งผู้สมัครครบทั้ง 4 เขต โดยเขต 2 ส่ง “กันต์กวี ทับสุวรรณ” หลานชาย เอนก ทับสุวรรณ อดีต สส.สมุทรสาครหลายสมัย ขณะที่เขต 3 ส่ง “บุญมี นิลถนอม” บุตรชายของ “กำนันหลอ” บุญชู นิลถนอม นายกเทศมนตรีนครอ้อมน้อย และเขต 4 ส่ง “ณตฤณ สุริวงษ์” อดีตนายก อบต.บ้านแพ้ว

“สาครออนไลน์” พูดคุยกับ “จอมขวัญ – ณมาณิตา กลับบ้านเกาะ” ผู้สมัคร สส. สมุทรสาคร เขต 1 เบอร์ 1 ถึงการสู้ศึกเลือกตั้งในครั้งนี้ ซึ่งต้องแข่งทั้งพรรคใหญ่และคนรุ่นใหม่ ด้วยคำว่า “ทำมากกว่าพูด” และคาดหวังว่าผลงานที่ผ่านมาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความตั้งใจ และประชาชนให้โอกาสได้กลับมาทำงานอีกครั้ง

Q : ช่วยเล่าย้อนไปถึงสมัยที่เป็น สส. ได้ทำผลงานอะไรไว้บ้าง?

ณมาณิตาสมัยที่เป็น สส. เมื่อปี 2562 ก็ทำหน้าที่ สส. ตามกฎหมาย คือการพิจารณาร่างกฎหมาย อีกส่วนหนึ่งคือการลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน แล้วนำเข้าสู่สภาฯ โดยการหารือต่อประธานสภาฯ  เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการแก้ไขตามที่ประชาชนเรียกร้อง โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรสาคร ได้ผลักดันการแก้ปัญหาน้ำท่วม เช่น การขุดลอกคลองสุนัขหอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร รวมทั้งเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งที่สำคัญของเกษตรกร

การแก้ปัญหาน้ำท่วมบริเวณจุดกลับรถทางแยกบ้านแพ้ว ก็ได้นำเรื่องนี้ไปหารือในสภาฯ จากนั้นกรมทางหลวงก็ก่อสร้างทางแยกต่างระดับบ้านแพ้วแล้วเสร็จ ใช้งบประมาณ 600 ล้านบาท ในปี 2564 ค่อยมายกระดับพื้นถนนขึ้นให้เรียบร้อยแล้ว แล้วก็มีโครงการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการป้องกันน้ำท่วม น้ำทะเลหนุน ก็ได้เสนอให้สร้างกำแพงป้องกันน้ำท่วมในหลายตำบล รวมถึงการก่อสร้างประตูระบายน้ำและขุดลอกคลอง

Q : ตอนนี้แต่ละโครงการทำได้ถึงระดับไหน และคิดว่ายังมีส่วนไหนที่อยากจะผลักดันต่อ?

ณมาณิตา – โครงการส่วนใหญ่ก็ได้รับการตอบสนองจากหน่วยงานของรัฐ เช่น กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมชลประทาน ก็จะมาดำเนินการสร้างเขื่อน สร้างประตูระบายน้ำ หรือกรมทางหลวง ที่ดำเนินการปรับปรุงถนนหลายสาย ก็ทำให้ตามที่ได้เรียกร้องไป

ทีนี้มีโครงการใหญ่อีก 3 โครงการ ที่ได้เร่งรัดผลักดันและติดตามอยู่ในขณะนี้ เราก็ยังติดตามจากเรื่องเดิม ได้แก่ เขื่อนท่าฉลอม ที่เคยมีปัญหางบประมาณถูกตีตกไป ตอนนี้กรมโยธาธิการและผังเมืองก็ได้ออกแบบ ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้ช่วยประสานกับเจ้าของที่ดิน 18 รายว่าเซ็นยินยอมแล้ว หากไม่มีปัญหาอะไรก็จะได้เริ่มดำเนินการก่อสร้าง

แล้วก็มีคลองมหาชัย ที่จะสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมจากปากคลองมหาชัย ถึงประตูระบายน้ำแก้มลิงทั้งสองฝั่งคลอง ซึ่งมีเขื่อนเดิมอยู่แล้วแต่มีขนาดเตี้ย ก็จะทำเขื่อนยื่นออกมาประมาณ 2 เมตร ได้ประสานกับทางเทศบาลนครสมุทรสาคร แล้วนำกรมชลประทานลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกัน ตอนนี้อยู่ระหว่างออกแบบ คิดว่าน่าจะอยู่ในแผนการจัดสรรงบประมาณของกรมชลประทานเรียบร้อยแล้ว

อีกหนึ่งโครงการ คือ ประตูระบายน้ำปากคลองสุนัขหอน บริเวณวัดน้อยนางหงษ์ ตำบลท่าจีน ซึ่งตรงนี้ใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ก็อยู่ในแผนของกรมชลประทานแล้วเช่นกัน ซึ่งได้ลงมาเจาะสำรวจปฐพีกลศาสตร์เมื่อเดือนมีนาคม 2568 ตอนนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ ทั้งหมดก็เป็น 3 โครงการใหญ่ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้กับพี่น้องประชาชนชาวสมุทรสาคร

Q : มีหลายคนคิดว่า ทำไมถึงตัดสินใจที่จะลงสมัคร สส. ในนามพรรคกล้าธรรม

ณมาณิตา – ที่ตัดสินใจเพราะว่าเคยอยู่พรรคเดียวกันมาก่อน ตอนนั้นในสมัย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ได้ร่วมงานกันในฐานะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เคยเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ก็ได้ปรึกษาหารือ นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไปปรึกษา แล้วท่านก็ช่วยแนะนำ ชี้แนะให้ว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะให้พี่น้องประชาชนได้รับการตอบสนอง

กระทั่ง ร.อ.ธรรมนัส มาเป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็ดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดสมุทรสาครโดยตรง เช่น กรมประมง กรมชลประทาน กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร ก็เลยได้พึ่งพาในหลายเรื่อง เวลาที่พี่น้องเกษตรกรมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นชาวประมง ชาวนาเกลือ ก็จะประสานกันบ่อย จึงมีความคุ้นเคยและมีความศรัทธาในการทำงาน ในเมื่อท่านมาอยู่พรรคกล้าธรรม เราก็เลยมาเป็นสมาชิกพรรคฯ ด้วย

Q : จากปกติเคยอยู่เขตพื้นที่บ้านแพ้ว (เขต 3 เดิม) แล้วพอมาอยู่เขตพื้นที่อำเภอเมืองฯ (เขต 1) รู้สึกว่าสองพื้นที่นี้แตกต่างกันหรือไม่?

ณมาณิตา – เมื่อก่อนนี้อยู่เขต 3 (เดิม) มันก็จะมีพื้นที่เกษตร และเป็นพื้นที่น้ำจืดมากหน่อย คือ อำเภอบ้านแพ้ว 12 ตำบล อำเภอกระทุ่มแบน 3 ตำบล ส่วนอำเภอเมืองอีก 8 ตำบล ลักษณะภูมิประเทศเป็นชายฝั่งทะเล ก็จะมีอาชีพประมงและมีโรงงาน พอมาเป็นเขต 1 ปัจจุบันที่เลือกมาลง สส. ก็จะมีประมงชายฝั่งและชาวนาเกลืออยู่ แต่จะไม่มีเกษตรที่ใช้น้ำจืดแล้ว ลักษณะเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม ก็จะแตกต่างนิดหนึ่ง คือตัดพื้นที่ทางการเกษตรออกไป เหลือแต่ประมงน้ำเค็ม ชาวนาเกลือ กับโรงงาน

Q : พื้นที่สมุทรสาคร เขต 1 ปัญหาหลักคือเรื่องน้ำท่วม น้ำทะเลหนุนสูง จะผลักดันแก้ไขปัญหานี้อย่างไร?

ณมาณิตา – จากการที่ทำงานเป็นผู้ประสานงานระหว่างพี่น้องประชาชนในพื้นที่ กับหน่วยงานผู้รับผิดชอบ เช่น กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมเจ้าท่า ได้มีการประสานงานกันมาตลอด แล้วก็ได้รับทราบแผนงานของหน่วยงานเจ้าภาพ กับสิ่งที่เราได้รับมาจากพี่น้องประชาชน ทางกรมต่าง ๆ ก็นำโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำทะเลหนุนสูงเหล่านี้ไปบรรจุในแผน แล้วลงมาสำรวจออกแบบรองรับความต้องการตรงนี้ เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาในเรื่องของน้ำท่วม น้ำทะเลหนุนสูง ก็จะมีไกด์ไลน์แล้ว ตอนนี้เท่ากับเราแค่ไปติดตาม เพราะหน่วยงานเจ้าภาพรับเรื่องทั้งหมดไว้แล้ว

Q : พอพูดถึงพื้นที่เขต 1 มีผู้ลงสมัคร สส. คนรุ่นใหม่เยอะ รู้สึกหนักใจไหม?

ณมาณิตา – ก็คิดว่าเป็นการแข่งขัน มีผู้สมัครทั้งหมด 9 คน ก็อาจจะมีความแตกต่าง วัยเราอาจจะมากกว่าผู้สมัครน้อง ๆ อีก 2-3 คน แต่เราก็ยังไม่ถึงกับเป็นผู้สูงอายุ ก็ไม่หนักใจ เพราะว่าเราก็จะทำงานในสไตล์ของเรา คือสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา เป็นการทำงานให้มากกว่าพูด พูดแล้วต้องทำให้ได้ด้วย เพราะฉะนั้นการสื่อสารของเรา มันจะออกมาเป็นลักษณะของงานรับเรื่องของชาวบ้าน เมื่อรับเรื่องไปแล้วเราไปส่งต่อให้หน่วยงานไหน เราก็ไปติดตาม แล้วก็จะย้อนกลับมารายงานประชาชนว่า เรื่องถึงขั้นตอนนี้แล้ว

Q : มีคำพูดที่ระบุว่า “สส. ไม่ได้มีหน้าที่พัฒนาจังหวัด” อยากจะให้อธิบายหน้าที่ของ สส. ในมุมมองของท่าน

ณมาณิตา – หน้าที่ของ สส. ก็คือเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ในส่วนที่ประกอบกัน คือ การเป็นกระบอกเสียงให้กับพี่น้องประชาชน สามารถที่จะนำปัญหาความเดือดร้อนมานำเสนอหารือต่อประธานสภาฯ จากนั้นจะนำปัญหา ไปส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลแก้ปัญหา เพราะฉะนั้น สส. จึงทำหน้าที่ผู้แทน พูดแทนประชาชน เมื่อพี่น้องประชาชนมีปัญหา เราก็รับฟัง แล้วปัญหาถูกแก้ไข มันดีขึ้นกว่าเดิม มันเรียกว่าการพัฒนาไหม? การพัฒนาในสิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องการ การพัฒนาก็คือการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นจากการทำหน้าที่ของเรา ดังนั้นคือหน้าที่เราในการพัฒนาความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน เราแก้ปัญหาในสิ่งที่ประชาชนต้องการ ไม่ใช่แก้ในสิ่งที่เราต้องการ เราทำหน้าที่เป็นเพียงกระบอกเสียงเท่านั้นเอง

Q : ในการลงพื้นที่ มีพี่น้องประชาชนฝากเรื่องอะไรให้ช่วยขับเคลื่อนบ้าง?

ณมาณิตา – ตอนนี้พื้นที่ตำบลโคกขาม ก็มีกลุ่มพี่น้องชาวนาเกลือ เรียกร้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกลือ เพื่อให้เกลือมีราคาที่เกษตรกรสามารถอยู่ได้ เรื่องหนี้สินของสหกรณ์กรุงเทพ จำกัด เกี่ยวกับการเก็บภาษีจากการใช้น้ำบาดาล เรื่องที่ดินชานคลอง ที่สมาชิกสหกรณ์ฯ อาศัยอยู่ ซึ่งเป็นที่ดินของนิคมสหกรณ์โคกขาม ก็อยากจะขอเอกสารสิทธิ์

ส่วนตำบลมหาชัย ก็มีเรื่องรถติดตรงสะพานวัดเจษฯ อยากจะให้มีสะพานข้ามคลองมหาชัยอีกแห่งขึ้นมา และตำบลพันท้ายนรสิงห์ มีเรื่องของน้ำทะเลหนุนสูงเข้าไปท่วมขังในหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอโดยการขุดลอกคลองและสร้างกำแพงป้องกันตลิ่งที่คลองลัดตะเคียน และปัญหาปลาหมอคางดำ

ส่วนพี่น้องเกษตรกรอำเภอบ้านแพ้วที่ยังพบเจอกันอยู่ ก็อยากให้เราช่วยเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ เช่น มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว และต้นทุนการเกษตร เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง มีราคาแพง รวมถึงปัญหาน้ำเค็มรุกพื้นที่การเกษตร

Q : คนอาจจะมองพรรคกล้าธรรม หรือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในแง่มุมที่แตกต่างกันไป ทั้งกระแสบวกและลบ จะอธิบายอย่างไรกับคนที่คิดต่างจากเรา

ณมาณิตา – เรื่องในอดีตของ ร.อ.ธรรมนัส ท่านก็ได้ชี้แจงด้วยตัวเองในสภาและผ่านสื่อต่าง ๆ ท่านเองก็บอกว่า ท่านไม่สามารถจะย้อนกลับไปแก้ไขอดีตได้ เพราะฉะนั้นการที่จะมีคนที่ไม่ชอบแล้วก็วิจารณ์ หรือกล่าวหา หรือไม่ยอมรับในตัวท่าน เราไปแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่ในส่วนที่เป็นการทำงาน เป็นผลงานของท่าน แล้วพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์จากการทำหน้าที่ของท่าน ทั้งพี่น้องเกษตรกร ชาวนา ชาวสวนยาง ชาวประมง ตรงนี้จะเป็นที่รับทราบกันในกลุ่มอาชีพสาขาต่าง ๆ แต่ที่วิจารณ์ในโซเชียลฯ มันก็เป็นไปตามกระแสของพรรคฝ่ายตรงข้าม หรือคนที่ไม่ชอบท่าน อันนี้เราก็ต้องทำใจ แต่ถ้าดูที่ผลการทำงาน ท่านทุ่มเททำงานเพื่อพี่น้องประชาชน เพื่อเกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศจริง ๆ

Q : ที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัส ได้ให้คำแนะนำ หรือให้กำลังใจในการลงเลือกตั้งครั้งนี้อย่างไรบ้าง ?

ณมาณิตา – ท่านธรรมนัสก็ให้เราหาเสียงตามระบอบประชาธิปไตย โดยให้เน้นผลงานและการทำงานของตัวเองให้พี่น้องประชาชนรับทราบ และก็นโยบายของพรรคกล้าธรรม ที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นนโยบายด้านเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การศึกษา หรือการดูแลกลุ่มเปราะบาง สวัสดิการผู้สูงอายุ ก็คือหาเสียงตามธรรมชาติไป จะต้องสื่อสารกับพี่น้องประชาชนให้เข้าใจ ให้เชื่อมั่นและศรัทธาในนโยบายของพรรคกล้าธรรม

Q : อยากให้ลองนิยามคำว่า “ทำมากกว่าพูด” ซึ่งเป็นสโลแกนของพรรคกล้าธรรม ในมุมมองของท่าน

ณมาณิตา – ต้องยอมรับว่า นักการเมืองทั่วไปจะต้องมีวาทศิลป์ มีการใช้คำพูดให้คนเชื่อถือ แต่พรรคกล้าธรรมเนี่ยพูดไม่ค่อยเก่ง ไม่ขายฝัน ไม่สร้างภาพ พูดในสิ่งที่ทำได้จริง แล้วก็ “ทำมากกว่าพูด” ให้พี่น้องประชาชนได้เห็นจากการทำงานที่ผ่านมา

Q : สุดท้ายนี้ อยากฝากอะไรถึงชาวสมุทรสาครในการเลือกตั้งครั้งนี้?

ณมาณิตา – ฝากถึงพี่น้องประชาชนชาวสมุทรสาคร พรรคกล้าธรรมได้ส่งผู้สมัคร สส. ลงเลือกตั้งครบทั้ง 4 เขต ซึ่งนโยบายของพรรคเราคือ “ทำมากกว่าพูด” ขอย้ำอีกครั้งว่าไม่ขายฝัน ไม่สร้างภาพ พูดในสิ่งที่ทำได้จริง ขอฝากพี่น้องประชาชนชาวสมุทรสาครทุกเขต ให้โอกาสและสนับสนุนผู้สมัคร สส. ของพรรคกล้าธรรมทั้ง 4 เขตด้วยนะคะ

กิตตินันท์ นาคทอง –