
18 พฤษภาคม 2569
เรื่อง ข้อเสนอปรับปรุงเส้นทางเดินรถ
เรียน ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
สืบเนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เร่งปรับปรุงโครงสร้างเส้นทาง (Re-route) ใช้ระบบจำลองการเดินรถ (Simulator) วิเคราะห์และปรับปรุงเส้นทางเดินรถ ภายใน 2 เดือน เพื่อลดกิโลเมตรสูญเปล่า ลดความทับซ้อนของเส้นทาง ขยายบริการสู่พื้นที่ชุมชนใหม่ เชื่อมต่อระบบขนส่งหลักอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความถี่เที่ยววิ่งให้สามารถหมุนเวียนรถและรองรับการเดินทางของประชาชนได้มากขึ้น โดยที่ก่อนหน้านี้ ขสมก. ได้ประชุมร่วมกับกลุ่มบัสแฟน และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เพื่อร่วมวางแผนปฏิรูปเส้นทาง (Re-route) ให้ตรงใจประชาชนมากที่สุด พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มบัสแฟนต่าง ๆ
เว็บไซต์ “สาครออนไลน์” ในฐานะสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวสาร และความเคลื่อนไหวด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดสมุทรสาครอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีเส้นทางเดินรถ ขสมก. เข้าถึงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 3 เส้นทาง ได้แก่ สาย 105 (4-18) สมุทรสาคร – สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี, สาย 189 (4-59) กระทุ่มแบน – สถานีรถไฟฟ้าชุมทางตลิ่งชัน และเส้นทางชั่วคราวตามมาตรา 41 ของพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ได้แก่ สาย 68 สมุทรสาคร – บางลำพู ที่กรมการขนส่งทางบกจะพิจารณาอนุญาตให้ทำการเดินรถทุก 90 วัน
ที่ผ่านมา ประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาคร ได้รับผลกระทบจากการที่กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการปฎิรูปเส้นทางรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร และเส้นทางต่อเนื่อง จำนวน 269 เส้นทาง ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2559 แม้บางเส้นทางจะได้รับการปรับปรุงให้เข้าถึงตัวจังหวัดสมุทรสาครมากขึ้น แต่ก็มีบางเส้นทางที่ถูกตัดระยะทางลง บางเส้นทางเปลี่ยนจุดหมายปลายทาง และยังมีอีกหลายเส้นทาง ที่กรมการขนส่งทางบกยังไม่เปิดให้คัดเลือกผู้ประกอบการเดินรถ ที่ประสงค์จะขอใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง ทั้งที่บางเส้นทางประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาครคาดหวังว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปยังกรุงเทพมหานครมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
จากการนำเสนอแนวคิดปรับปรุงเส้นทางเดินรถ ขสมก. ในจังหวัดสมุทรสาคร และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้อ่านทางเฟซบุ๊ก Sakhon Online https://www.facebook.com/share/p/18bAx64evg/ ระหว่างวันที่ 13 ถึง 16 พฤษภาคม 2569 มีผู้อ่านแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ซึ่งได้รวบรวมและคัดเลือกความคิดเห็นมาแล้ว มีข้อเสนอถึงผู้อำนวยการ ขสมก. ดังนี้
สาย 105 (4-18) สมุทรสาคร – สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี ตามโครงการปฎิรูปเส้นทางรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร และเส้นทางต่อเนื่อง มีการขยายเส้นทางต่อจากเส้นทางเดินรถ สาย 105 (คลองสาน – ตลาดมหาชัยเมืองใหม่) จากเดิมสิ้นสุดเส้นทางที่ตลาดมหาชัยเมืองใหม่ ไปสิ้นสุดเส้นทางที่สนามกีฬากลางจังหวัดสมุทรสาคร ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา ช่วยให้ประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาครมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น
แต่เมื่อถึงสี่แยกโรงพัก สภ.เมืองสมุทรสาคร รถโดยสารได้เลี้ยวขวาไปทางถนนเอกชัย มุ่งหน้าสนามกีฬากลางจังหวัดสมุทรสาคร ทำให้ประชาชนในพื้นที่ตลาดมหาชัย รวมถึงท่าเรือข้ามฟากมหาชัย ที่ข้ามแม่น้ำท่าจีนไปยังตำบลท่าฉลอม และตำบลบางหญ้าแพรก (ฝั่งตะวันตก) ต้องเดินเท้าจากด้านข้างวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร เป็นระยะทางประมาณ 600 เมตร ในทางกลับกัน จากท่าเรือข้ามฟากมหาชัย ต้องเดินเท้าไปยังป้ายหยุดรถประจำทางบริเวณปากซอยสี่มิตร เป็นระยะทางประมาณ 700 เมตร ทำให้ประชาชนได้รับความลำบากในการเดินเท้า โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หรือไม่เช่นนั้นต้องต่อรถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งเสียค่าใช้จ่าย 20 บาทต่อเที่ยว
เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ตลาดมหาชัย ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร รวมถึงเชื่อมต่อท่าเรือข้ามฟากมหาชัย รถโดยสารระหว่างอำเภอ (สายสมุทรสาคร – บ้านแพ้ว) และรถสองแถวระหว่างตำบลอีกหลายเส้นทาง จึงขอเสนอให้รถโดยสารทุกคัน วนเข้าถนนเศรษฐกิจ 1 จอดรับส่งผู้โดยสารที่ป้ายหยุดรถประจำทาง (1) ด้านข้างโรงเรียนสมุทรสาครบูรณะ (2) ท่าเรือข้ามฟากมหาชัย ก่อนถึงสะพานราษฎร์บรรจบ (3) ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสาคร ก่อนกลับเส้นทางเดิม ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ ซึ่งเป็นไปในลักษณะเดียวกันที่ท่าน้ำนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
สาย 189 (4-59) กระทุ่มแบน – สถานีรถไฟชุมทางตลิ่งชัน ตามโครงการปฎิรูปเส้นทางรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร และเส้นทางต่อเนื่อง มีการตัดเส้นทางจากเส้นทางเดินรถ สาย 189 (กระทุ่มแบน – สนามหลวง) จากเดิมสิ้นสุดเส้นทางที่สนามหลวง (ฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์) ไปสิ้นสุดเส้นทางที่สถานีรถไฟชุมทางตลิ่งชัน ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบนที่เคยไปยังสนามหลวง ต้องต่อรถประจำทางสาย 80, 91 และ 91ก รวมถึงรถไฟฟ้ามหานคร สายสีน้ำเงิน เพื่อเข้าเมือง เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งที่นับตั้งแต่เปิดการเดินรถครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2548 ประชาชนชาวอำเภอกระทุ่มแบนคุ้นเคยเส้นทางนี้ไปสนามหลวงอยู่แล้ว ขณะที่เส้นทางตั้งแต่ถนนพุทธมณฑล สาย 1 ถนนบรมราชชนนี และถนนฉิมพลี มีผู้โดยสารใช้บริการน้อยกว่า
จึงขอเสนอให้สาย 189 (4-59) กลับไปใช้เส้นทางเดิม ก่อนโครงการปฎิรูปเส้นทางรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร และเส้นทางต่อเนื่อง จากถนนเพชรเกษม ให้ตรงไปถึงแยกท่าพระ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนจรัญสนิทวงศ์ ถึงแยกบรมราชชนนี เลี้ยวซ้ายไปตามถนนบรมราชชนนี ข้ามสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า สิ้นสุดเส้นทางที่สนามหลวง (ฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีรายได้น้อย อีกความเห็นหนึ่ง เสนอเดินรถจากกระทุ่มแบนถึงสี่แยกท่าพระ เพื่อเสริมหนุนการเดินทางจากย่านท่าพระถึงเขตหนองแขม
อย่างไรก็ตาม หากกรมการขนส่งทางบก ยังคงต้องการให้ ขสมก. เดินรถตามโครงการปฎิรูปเส้นทางรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร และเส้นทางต่อเนื่อง เนื่องจากช่วงตั้งแต่ถนนพุทธมณฑล สาย 1 ถึงสถานีรถไฟชุมทางตลิ่งชัน มีผู้โดยสารใช้บริการน้อย เพื่อลดกิโลเมตรสูญเปล่า และเชื่อมต่อระบบขนส่งหลักอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเสนอให้เที่ยวกลับจากสถานีรถไฟชุมทางตลิ่งชัน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพุทธมณฑล สาย 1 เมื่อลงจากสะพานข้ามถนนบรมราชชนนีแล้ว ให้กลับรถแล้วเข้าไปรับผู้โดยสารที่ตลาดสายใต้เซ็นเตอร์ เพื่อรับผู้โดยสารจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพมหานคร (ถนนบรมราชชนนี) ที่ต้องการจะไปโซนบางแค หนองแขม กระทุ่มแบน จากนั้นออกจากตลาดสายใต้เซ็นเตอร์ ให้เลี้ยวซ้ายไปยังถนนพุทธมณฑล สาย 1 กลับรถใต้สะพานข้ามถนนบรมราชชนนีและกลับเส้นทางเดิม
เมื่อถึงแยกพุทธมณฑล สาย 1 เลี้ยวซ้ายไปตามถนนเพชรเกษม โดยปกติแล้วจะกลับรถที่ปากซอยเพชรเกษม 58 แต่เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าภาษีเจริญ ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีสถานที่สำคัญ เช่น สถานีรถไฟฟ้าภาษีเจริญ สำนักงานเขตภาษีเจริญ สถานีตำรวจนครบาลภาษีเจริญ วัดรางบัว สถานีกาชาดที่ 11 วิเศษนิยม สภากาชาดไทย และห้างสรรพสินค้าซีคอนบางแค ที่มีท่าเรือเพชรเกษม 35 รองรับโครงการเรือโดยสารคลองภาษีเจริญในอนาคต เป็นต้น
เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ลดความแออัดของประชาชนที่รอรถประจำทางที่ป้ายหยุดรถประจำทางสถานีรถไฟฟ้าหลักสอง ซึ่งมีความแออัดในชั่วโมงเร่งด่วน จึงเสนอให้กลับรถที่ปากซอยเพชรเกษม 50 โดยจอดรับ-ส่งผู้โดยสารที่ป้ายหยุดรถประจำทาง (1) ซอยเพชรเกษม 58/1 (2) ซอยเพชรเกษม 58 (3) ตรงข้ามซีคอนบางแค (4) สำนักงานเขตภาษีเจริญ (5) ตรงข้ามวัดรางบัว ก่อนกลับรถปากซอยเพชรเกษม 50 (6) วัดรางบัว (7) ตรงข้ามสำนักงานเขตภาษีเจริญ (8) ซีคอนบางแค (9) ซอยเพชรเกษม 39 แล้วกลับเส้นทางเดิม
สาย 68 สมุทรสาคร – บางลำพู ปัจจุบันเป็นเส้นทางเดินรถชั่วคราว ตามมาตรา 41 ของพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2548 บริษัท ต.มานิตย์การเดินรถ จำกัด ในฐานะรถร่วมบริการ ขสมก. ขณะนั้น ขยายการเดินรถสาย ปอ. 68 สมุทรสาคร – บางลำพู เช่นเดียวกับสาย ปอ. 7 สมุทรสาคร – หัวลำโพง ทำให้ประชาชนในเขตเทศบาลนครสมุทรสาคร มีรถประจำทางไปยังกรุงเทพมหานคร เกิดความคุ้นเคยและใช้บริการอย่างต่อเนื่อง กระทั่งวันที่ 1 เมษายน 2563 บริษัท ต.มานิตย์การเดินรถ จำกัด ได้หยุดให้บริการรถประจำทางสาย ปอ.68 และคืนเส้นทางให้ ขสมก. ตามแผนการปฏิรูปรถโดยสารประจำทาง ที่กำหนดให้ 1 เส้นทาง 1 ผู้ประกอบการ
เมื่อกรมการขนส่งทางบกบังคับให้ ขสมก. เดินรถตามโครงการปฎิรูปเส้นทางรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร และเส้นทางต่อเนื่อง สาย 68 (4-12) แสมดำ – บางลำพู ทำให้ประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาคร บริเวณถนนเอกชัยได้รับความเดือดร้อน และร้องเรียนเข้ามา กรมการขนส่งทางบกจึงอนุญาตให้เดินรถสาย 68 สมุทรสาคร – บางลำพู เป็นการชั่วคราว โดยอาศัยมาตรา 41 ของพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และจะพิจารณาเดินรถทุก 90 วัน และด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่มีรถโดยสารธรรมดาประจำการเพียง 10 คัน เมื่อเทียบกับสาย 68 (4-12) แสมดำ – บางลำพู ที่มีรถประจำการได้แก่ รถโดยสารธรรมดา 24 คัน รถโดยสารปรับอากาศ 10 คัน และการปล่อยรถที่เริ่มไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป มีผู้โดยสารที่ทำงานหรือนักเรียนจากสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ต้องเดินทางกลับจำนวนมาก แต่กลับปล่อยรถทุก 1 ชั่วโมง และบางคันระบุว่ารถเสีย ทำให้ประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาครเริ่มไม่สะดวกใช้บริการ ส่งผลให้มีผู้ใช้บริการน้อยลง และมีความเป็นไปได้ที่เส้นทางเดินรถชั่วคราวดังกล่าวอาจยุติการเดินรถถาวร ซึ่งจะทำให้ประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาคร โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยตามแนวเส้นทางถนนเอกชัย สูญเสียโอกาสในการเดินทางไปยังถนนพระรามที่ 2 และปลายทางบางลำพูด้วยขนส่งสาธารณะ
จึงขอเสนอให้ขยายเส้นทางตามโครงการปฎิรูปเส้นทางรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร และเส้นทางต่อเนื่อง สาย 68 (4-12) แสมดำ – บางลำพู ให้กลายเป็น สมุทรสาคร – บางลำพู เป็นการถาวร โดยให้มีรถประจำการทั้งรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศ เช่นเดียวกับสาย 68 (4-12) แสมดำ – บางลำพู โดยเฉพาะรถโดยสารปรับอากาศ เช่นเดียวกับสาย 105 (4=18) สมุทรสาคร – สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี เนื่องจากเส้นทางเดินรถมีระยะทางที่ไกล อากาศร้อน และปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนพระรามที่ 2 เพื่อเป็นทางเลือก ลดความแออัดของรถประจำทางสาย 105 (4-18) และจูงใจให้ประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาครหันมาใช้บริการรถประจำทาง ขสมก. มากขึ้น สร้างรายได้ให้กับ ขสมก. มากขึ้น และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ตลาดมหาชัย ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร รวมถึงเชื่อมต่อท่าเรือข้ามฟากมหาชัย รถโดยสารระหว่างอำเภอ (สายสมุทรสาคร – บ้านแพ้ว) และรถสองแถวระหว่างตำบลอีกหลายเส้นทาง จึงขอเสนอให้รถโดยสารทุกคัน วนเข้าถนนเศรษฐกิจ 1 จอดรับ-ส่งผู้โดยสารที่ป้ายหยุดรถประจำทาง (1) ด้านข้างโรงเรียนสมุทรสาครบูรณะ (2) ท่าเรือข้ามฟากมหาชัย ก่อนถึงสะพานราษฎร์บรรจบ (3) ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสาคร ก่อนกลับเส้นทางเดิม ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ ซึ่งเป็นไปในลักษณะเดียวกันที่ท่าน้ำนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
เสนอเส้นทางเดินรถใหม่ สาย 4-65 สถานีขนส่งสายใต้ตลิ่งชัน – สมุทรสาคร ตามโครงการปฎิรูปเส้นทางรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร และเส้นทางต่อเนื่อง ได้กำหนดเส้นทางเดินรถรวม 269 เส้นทาง หนึ่งในนั้นคือเส้นทางดังกล่าว แต่ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกยังไม่เปิดให้คัดเลือกผู้ประกอบการเดินรถ ที่ประสงค์จะขอใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง อีกทั้งที่ผ่านมาประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาคร โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยตามแนวเส้นทางถนนเศรษฐกิจ 1 ถนนพุทธสาคร และถนนพุทธมณฑล สาย 4 ไม่สามารถเดินทางด้วยขนส่งสาธารณได้อย่างต่อเนื่อง ต้องเสียเวลาต่อรถหลายครั้ง กว่าจะไปถึงมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา และสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพมหานคร (ถนนบรมราชชนนี) หรือหากต้องใช้บริการรถรับจ้างสาธารณะ (แท็กซี่) ระหว่างตลาดพุทธมณฑล หรือมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ไปยังเทศบาลนครสมุทรสาคร ต้องเสียค่าโดยสารมากกว่า 200 บาท นอกจากนี้ ในอนาคตจะมีโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ช่วงชุมทางตลิ่งชัน – ศาลายา และช่วงศาลายา – นครปฐม ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งจะช่วยป้อนผู้โดยสารจากถนนเศรษฐกิจ 1 และถนนพุทธสาคร เข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า ไปยังปลายทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
จึงขอเสนอให้ ขสมก. หารือกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อพิจารณาเปิดการเดินรถเส้นทางใหม่ ตามโครงการปฎิรูปเส้นทางรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร และเส้นทางต่อเนื่องดังกล่าว เริ่มต้นจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (ถนนบรมราชชนนี) ไปตามถนนบรมราชชนนี ถึงทางแยกต่างระดับศาลายา เลี้ยวขวาไปตามถนนพุทธมณฑล สาย 4 กลับรถที่หอนาฬิกาศาลายา ตรงไปยังถนนพุทธสาคร ถึงทางแยกต่างระดับกระทุ่มแบน ตรงไปยังถนนเศรษฐกิจ 1 ถึงสี่แยกโรงพัก เลี้ยวขวาไปตามถนนเอกชัย สิ้นสุดที่สนามกีฬากลางจังหวัดสมุทรสาคร
และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและข้าราชการทหาร รวมถึงทหารกองประจำการ จึงขอเสนอให้รถโดยสารทุกคัน เมื่อถึงทางแยกต่างระดับกระทุ่มแบน ให้ไปทางอำเภอกระทุ่มแบน ไปตามถนนเศรษฐกิจ 1 เล็กน้อย และกลับรถเพื่อรับผู้โดยสารที่ป้ายหยุดรถประจำทาง ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน แล้วตรงไปถึงทางแยกต่างระดับกระทุ่มแบน กลับเส้นทางเดิม และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ตลาดมหาชัย ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร รวมถึงเชื่อมต่อท่าเรือข้ามฟากมหาชัย รถโดยสารระหว่างอำเภอ (สายสมุทรสาคร – บ้านแพ้ว) และรถสองแถวระหว่างตำบลอีกหลายเส้นทาง จึงขอเสนอให้รถโดยสารทุกคัน วนเข้าถนนเศรษฐกิจ 1 จอดรับ-ส่งผู้โดยสารที่ป้ายหยุดรถประจำทาง (1) ด้านข้างโรงเรียนสมุทรสาครบูรณะ (2) ท่าเรือข้ามฟากมหาชัย ก่อนถึงสะพานราษฎร์บรรจบ (3) ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสาคร ก่อนกลับเส้นทางเดิม ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ ซึ่งเป็นไปในลักษณะเดียวกันที่ท่าน้ำนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
ส่วนข้อเสนออื่นๆ เนื่องจากมีผู้อ่านซึ่งเป็นชาวจังหวัดสมุทรสาคร แสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย แต่บางความคิดเห็นอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของ ขสมก. จึงขอเสนอเพื่อพิจารณาและศึกษาความเป็นไปได้ เช่น
(1) ขยายการเดินรถสาย 189 (4-59) จากเดิมสิ้นสุดที่วัดบางยาง อำเภอกระทุ่มแบน ไปสิ้นสุดที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) อำเภอบ้านแพ้ว เนื่องจากปัจจุบันมีรถโดยสาร (รถสองแถว) เพียงคันเดียว เดินรถบางช่วงเวลา ทำให้การเดินทางไปรักษาพยาบาลลำบาก ต้องเหมารถรับจ้าง แต่เส้นทางช่วงกระทุ่มแบน – บ้านแพ้ว
(2) พิจารณาเดินรถจากอำเภอกระทุ่มแบน ไปตามถนนกระทุ่มแบน-หนองแขม ไปยังวัดศรีนวลธรรมวิมล เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร หรือไปออกถนนเอกชัย บริเวณวัดโพธิ์แจ้ อำเภอเมืองสมุทรสาคร มุ่งหน้าไปยังกรุงเทพมหานคร เนื่องจากผู้ประกอบการเดินรถท้องถิ่นเดินรถน้อยลง ประชาชนบริเวณดังกล่าวต้องเหมารถรับจ้างสาธารณะ (แท็กซี่) หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะเพียงอย่างเดียว
(3) พิจารณาเดินรถจากถนนเศรษฐกิจ 1 และถนนพุทธสาคร ไปยังอำเภอศาลายา จังหวัดนครปฐม เนื่องจากมีนักเรียน นักศึกษา จากสถานศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม และสถานศึกษาอื่นๆ ในพื้นที่เดินทางด้วยความยากลำบาก
(4) พิจารณาเดินรถจากเขตเทศบาลนครสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ไปตามถนนเศรษฐกิจ 1 ผ่านค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน ถึงสามแยกกระทุ่มแบน เลี้ยวขวา ถึงสามแยกอ้อมน้อย เลี้ยวขวาไปตามถนนเพชรเกษม สิ้นสุดที่สถานีรถไฟฟ้าหลักสอง กรุงเทพฯ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเชื่อมต่อรถไฟฟ้ามหานคร สายสีน้ำเงิน (ลักษณะเดียวกับรถประจำทางหมวด 2 สาย 85 กรุงเทพมหานคร – สมุทรสาคร ในอดีต)
(5) พิจารณาขยายเส้นทางเดินรถสาย 68 เช่นเดียวกับรถเสริมพิเศษ ไปวัดสหธรรมารราม โดยจากถนนพระรามที่ 2 เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงชนบท สค.2004 (ถนนเจษฎาวิถี-พันท้ายนรสิงห์ หรือซอยวัดพันท้ายนรสิงห์) ผ่านนิคมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์สินสาคร และโครงการสารินซิตี้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีหมู่บ้านจัดสรรจำนวนมาก และมีคนทำงานไปยังตัวอำเภอเมืองสมุทรสาครและถนนพระรามที่ 2 จำนวนมาก
(6) พิจารณาเดินรถจากเขตเทศบาลนครสมุทรสาคร และถนนเศรษฐกิจ 1 ไปยังตลาดกระทุ่มแบน เพราะการเดินทางด้วยรถสองแถวเป็นไปด้วยความยากลำบาก
(7) พิจารณาขยายเส้นทางเดินรถจากพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ไปยังจุดหมายปลายทางสำคัญในกรุงเทพมหานคร เช่น สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพมหานคร (จตุจักร), สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์, จากอำเภอกระทุ่มแบน ผ่านถนนพุทธมณฑล สาย 4 ไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, จากหมู่บ้านเอื้ออาทร ตำบลสวนหลวง อำเภอกระทุ่มแบน ไปสถานีรถไฟฟ้าหลักสอง, จากจังหวัดสมุทรสาคร ไปตามถนนพระรามที่ 2 เข้าถนนกาญจนาภิเษก สิ้นสุดพื้นที่เขตบางแค, ปลายทางพื้นที่เขตบางนา, ปลายทางพื้นที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เป็นต้น
(8) ข้อเสนอแนะด้านการให้บริการของ ขสมก. เช่น สาย 68 และสาย 105 (4-18) เสนอให้รถโดยสารทุกคันรับส่งผู้โดยสารที่ท่าเรือมหาชัย การจัดให้การปล่อยรถมีความสม่ำเสมอ เพราะผู้โดยสารเห็นว่าใช้เวลารอรถโดยสารประจำทางนานเกินไป ควรลงมาดูพฤติกรรมการใช้บริการของประชาชน รวมทั้งบริเวณท่ารถต้นสาย ตรงข้ามสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ถนนเอกชัย ควรมีป้ายระบุว่า “คันนี้ออก” เนื่องจากประชาชนลำบากที่จะยืนคอยหน้าถนนเอกชัย และมีรถโดยสารคันอื่นจอดบังสายตา รวมทั้งเข้มงวดเรื่องการนำอาหาร หรือรับประทานอาหารบนรถโดยสารปรับอากาศ ส่วนสาย 189 (4-59) พบปัญหาบางช่วงเวลาติดป้าย “งดบริการ” ในช่วงกลางวัน อีกทั้งยังไม่ทราบเวลาเดินรถ ควรกำหนดเวลาเดินรถเที่ยวแรก เที่ยวสุดท้าย และความถี่ในการเดินรถช่วงกลางวันที่แน่นอน เป็นต้น
จึงเรียนมาเพื่อทราบและพิจารณา และหวังว่าข้อเสนอดังกล่าวจะได้รับการแก้ไข เพื่อเป็นประโยชน์แก่ประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาคร ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ลดปัญหาการจราจรติดขัดในเขตกรุงเทพมหานครต่อไป
ขอแสดงความนับถือ
(นายกิตตินันท์ นาคทอง)
บรรณาธิการบริหาร เว็บไซต์สาครออนไลน์







