สนามเลือกตั้งสมุทรสาคร เขต 1 พื้นที่ไข่แดงมหาชัย เป็นที่จับตามองอย่างยิ่ง นอกจากผู้สมัครแต่ละพรรคเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่แล้ว ยังมีผู้สมัครรายหนึ่งได้ชื่อว่าเป็น สส.หญิงคนแรกของสมุทรสาคร จากการเลือกตั้งปี 2562 ผ่านประสบการณ์ทำงานเป็นผู้แทนมาแล้ว 1 สมัย
เคยผลักดันผลงานสำคัญในพื้นที่
ทั้งการขุดลอกคลองสุนัขหอน จากที่ไม่เคยขุดลอกมานานกว่า 30 ปี เพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำทะเลหนุน
รวมทั้งคลองมหาชัย-สนามชัย และคลองอีกหลายสาย
ผลักดันโครงการทางแยกต่างระดับบ้านแพ้ว มูลค่า 660 ล้านบาท
ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้ไปเมื่อไม่นานมานี้
และอีกสารพัดโครงการ
จากคนบ้านแพ้วโดยกำเนิด
สำเร็จการศึกษาทั้งปริญญาตรีและปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง
ก่อนจะคว้าปริญญาโทอีกใบ และคว้าปริญญาเอก สาขาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง
มหาวิทยาลัยรังสิต ผ่านงานการเมืองทั้งระดับท้องถิ่น
เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร 4 สมัย และประธานสภาฯ 1 สมัย
ก่อนจะก้าวสู่การเมืองระดับชาติ ลงสมัคร สส. ครั้งแรกกับพรรคพลังประชารัฐ และได้รับการเลือกตั้ง
แม้ว่าจะไม่ได้ไปต่อในสมัยที่สอง แต่ก็ยังไม่ละทิ้งงานการเมือง
ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี 3 รัฐบาล
และผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
การเลือกตั้งครั้งนี้สวมเสื้อพรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พร้อมด้วย ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, ปวีณา หงสกุล และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สำหรับจังหวัดสมุทรสาคร พรรคกล้าธรรมส่งผู้สมัครครบทั้ง 4 เขต โดยเขต 2 ส่ง “กันต์กวี ทับสุวรรณ” หลานชาย เอนก ทับสุวรรณ อดีต สส.สมุทรสาครหลายสมัย ขณะที่เขต 3 ส่ง “บุญมี นิลถนอม” บุตรชายของ “กำนันหลอ” บุญชู นิลถนอม นายกเทศมนตรีนครอ้อมน้อย และเขต 4 ส่ง “ณตฤณ สุริวงษ์” อดีตนายก อบต.บ้านแพ้ว
“สาครออนไลน์” พูดคุยกับ “จอมขวัญ – ณมาณิตา กลับบ้านเกาะ” ผู้สมัคร สส. สมุทรสาคร เขต 1 เบอร์ 1 ถึงการสู้ศึกเลือกตั้งในครั้งนี้ ซึ่งต้องแข่งทั้งพรรคใหญ่และคนรุ่นใหม่ ด้วยคำว่า “ทำมากกว่าพูด” และคาดหวังว่าผลงานที่ผ่านมาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความตั้งใจ และประชาชนให้โอกาสได้กลับมาทำงานอีกครั้ง
Q : ช่วยเล่าย้อนไปถึงสมัยที่เป็น
สส. ได้ทำผลงานอะไรไว้บ้าง?
ณมาณิตา – สมัยที่เป็น สส.
เมื่อปี 2562 ก็ทำหน้าที่ สส. ตามกฎหมาย คือการพิจารณาร่างกฎหมาย
อีกส่วนหนึ่งคือการลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน แล้วนำเข้าสู่สภาฯ
โดยการหารือต่อประธานสภาฯ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการแก้ไขตามที่ประชาชนเรียกร้อง
โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรสาคร ได้ผลักดันการแก้ปัญหาน้ำท่วม เช่น การขุดลอกคลองสุนัขหอน
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร รวมทั้งเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งที่สำคัญของเกษตรกร
การแก้ปัญหาน้ำท่วมบริเวณจุดกลับรถทางแยกบ้านแพ้ว
ก็ได้นำเรื่องนี้ไปหารือในสภาฯ จากนั้นกรมทางหลวงก็ก่อสร้างทางแยกต่างระดับบ้านแพ้วแล้วเสร็จ
ใช้งบประมาณ 600 ล้านบาท ในปี 2564 ค่อยมายกระดับพื้นถนนขึ้นให้เรียบร้อยแล้ว แล้วก็มีโครงการอื่น
ๆ ที่เกี่ยวกับการป้องกันน้ำท่วม น้ำทะเลหนุน ก็ได้เสนอให้สร้างกำแพงป้องกันน้ำท่วมในหลายตำบล
รวมถึงการก่อสร้างประตูระบายน้ำและขุดลอกคลอง
Q : ตอนนี้แต่ละโครงการทำได้ถึงระดับไหน
และคิดว่ายังมีส่วนไหนที่อยากจะผลักดันต่อ?
ณมาณิตา – โครงการส่วนใหญ่ก็ได้รับการตอบสนองจากหน่วยงานของรัฐ เช่น
กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมชลประทาน ก็จะมาดำเนินการสร้างเขื่อน
สร้างประตูระบายน้ำ หรือกรมทางหลวง ที่ดำเนินการปรับปรุงถนนหลายสาย ก็ทำให้ตามที่ได้เรียกร้องไป
ทีนี้มีโครงการใหญ่อีก 3 โครงการ
ที่ได้เร่งรัดผลักดันและติดตามอยู่ในขณะนี้ เราก็ยังติดตามจากเรื่องเดิม ได้แก่
เขื่อนท่าฉลอม ที่เคยมีปัญหางบประมาณถูกตีตกไป ตอนนี้กรมโยธาธิการและผังเมืองก็ได้ออกแบบ
ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้ช่วยประสานกับเจ้าของที่ดิน 18 รายว่าเซ็นยินยอมแล้ว
หากไม่มีปัญหาอะไรก็จะได้เริ่มดำเนินการก่อสร้าง
แล้วก็มีคลองมหาชัย
ที่จะสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมจากปากคลองมหาชัย ถึงประตูระบายน้ำแก้มลิงทั้งสองฝั่งคลอง
ซึ่งมีเขื่อนเดิมอยู่แล้วแต่มีขนาดเตี้ย ก็จะทำเขื่อนยื่นออกมาประมาณ 2 เมตร ได้ประสานกับทางเทศบาลนครสมุทรสาคร
แล้วนำกรมชลประทานลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกัน ตอนนี้อยู่ระหว่างออกแบบ
คิดว่าน่าจะอยู่ในแผนการจัดสรรงบประมาณของกรมชลประทานเรียบร้อยแล้ว
อีกหนึ่งโครงการ คือ ประตูระบายน้ำปากคลองสุนัขหอน
บริเวณวัดน้อยนางหงษ์ ตำบลท่าจีน ซึ่งตรงนี้ใช้งบประมาณค่อนข้างสูง
ก็อยู่ในแผนของกรมชลประทานแล้วเช่นกัน ซึ่งได้ลงมาเจาะสำรวจปฐพีกลศาสตร์เมื่อเดือนมีนาคม
2568 ตอนนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ ทั้งหมดก็เป็น 3 โครงการใหญ่ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้กับพี่น้องประชาชนชาวสมุทรสาคร
Q : มีหลายคนคิดว่า ทำไมถึงตัดสินใจที่จะลงสมัคร
สส. ในนามพรรคกล้าธรรม
ณมาณิตา – ที่ตัดสินใจเพราะว่าเคยอยู่พรรคเดียวกันมาก่อน ตอนนั้นในสมัย
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ได้ร่วมงานกันในฐานะที่
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เคยเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ก็ได้ปรึกษาหารือ นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไปปรึกษา
แล้วท่านก็ช่วยแนะนำ ชี้แนะให้ว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะให้พี่น้องประชาชนได้รับการตอบสนอง
กระทั่ง ร.อ.ธรรมนัส มาเป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์
ก็ดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดสมุทรสาครโดยตรง เช่น กรมประมง กรมชลประทาน
กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร ก็เลยได้พึ่งพาในหลายเรื่อง
เวลาที่พี่น้องเกษตรกรมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นชาวประมง ชาวนาเกลือ ก็จะประสานกันบ่อย จึงมีความคุ้นเคยและมีความศรัทธาในการทำงาน
ในเมื่อท่านมาอยู่พรรคกล้าธรรม เราก็เลยมาเป็นสมาชิกพรรคฯ ด้วย
Q : จากปกติเคยอยู่เขตพื้นที่บ้านแพ้ว
(เขต 3 เดิม) แล้วพอมาอยู่เขตพื้นที่อำเภอเมืองฯ (เขต 1) รู้สึกว่าสองพื้นที่นี้แตกต่างกันหรือไม่?
ณมาณิตา – เมื่อก่อนนี้อยู่เขต 3 (เดิม) มันก็จะมีพื้นที่เกษตร และเป็นพื้นที่น้ำจืดมากหน่อย
คือ อำเภอบ้านแพ้ว 12 ตำบล อำเภอกระทุ่มแบน 3 ตำบล ส่วนอำเภอเมืองอีก 8 ตำบล ลักษณะภูมิประเทศเป็นชายฝั่งทะเล
ก็จะมีอาชีพประมงและมีโรงงาน พอมาเป็นเขต 1 ปัจจุบันที่เลือกมาลง สส. ก็จะมีประมงชายฝั่งและชาวนาเกลืออยู่
แต่จะไม่มีเกษตรที่ใช้น้ำจืดแล้ว ลักษณะเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม ก็จะแตกต่างนิดหนึ่ง
คือตัดพื้นที่ทางการเกษตรออกไป เหลือแต่ประมงน้ำเค็ม ชาวนาเกลือ กับโรงงาน
Q : พื้นที่สมุทรสาคร เขต
1 ปัญหาหลักคือเรื่องน้ำท่วม น้ำทะเลหนุนสูง จะผลักดันแก้ไขปัญหานี้อย่างไร?
ณมาณิตา – จากการที่ทำงานเป็นผู้ประสานงานระหว่างพี่น้องประชาชนในพื้นที่ กับหน่วยงานผู้รับผิดชอบ
เช่น กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมเจ้าท่า ได้มีการประสานงานกันมาตลอด
แล้วก็ได้รับทราบแผนงานของหน่วยงานเจ้าภาพ กับสิ่งที่เราได้รับมาจากพี่น้องประชาชน
ทางกรมต่าง ๆ ก็นำโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำทะเลหนุนสูงเหล่านี้ไปบรรจุในแผน แล้วลงมาสำรวจออกแบบรองรับความต้องการตรงนี้
เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาในเรื่องของน้ำท่วม น้ำทะเลหนุนสูง ก็จะมีไกด์ไลน์แล้ว
ตอนนี้เท่ากับเราแค่ไปติดตาม เพราะหน่วยงานเจ้าภาพรับเรื่องทั้งหมดไว้แล้ว
Q : พอพูดถึงพื้นที่เขต
1 มีผู้ลงสมัคร สส. คนรุ่นใหม่เยอะ รู้สึกหนักใจไหม?
ณมาณิตา – ก็คิดว่าเป็นการแข่งขัน มีผู้สมัครทั้งหมด 9 คน ก็อาจจะมีความแตกต่าง
วัยเราอาจจะมากกว่าผู้สมัครน้อง ๆ อีก 2-3 คน แต่เราก็ยังไม่ถึงกับเป็นผู้สูงอายุ
ก็ไม่หนักใจ เพราะว่าเราก็จะทำงานในสไตล์ของเรา คือสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา เป็นการทำงานให้มากกว่าพูด
พูดแล้วต้องทำให้ได้ด้วย เพราะฉะนั้นการสื่อสารของเรา มันจะออกมาเป็นลักษณะของงานรับเรื่องของชาวบ้าน
เมื่อรับเรื่องไปแล้วเราไปส่งต่อให้หน่วยงานไหน เราก็ไปติดตาม
แล้วก็จะย้อนกลับมารายงานประชาชนว่า เรื่องถึงขั้นตอนนี้แล้ว
Q : มีคำพูดที่ระบุว่า “สส.
ไม่ได้มีหน้าที่พัฒนาจังหวัด” อยากจะให้อธิบายหน้าที่ของ สส. ในมุมมองของท่าน
ณมาณิตา – หน้าที่ของ สส. ก็คือเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ในส่วนที่ประกอบกัน คือ
การเป็นกระบอกเสียงให้กับพี่น้องประชาชน สามารถที่จะนำปัญหาความเดือดร้อนมานำเสนอหารือต่อประธานสภาฯ
จากนั้นจะนำปัญหา ไปส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลแก้ปัญหา เพราะฉะนั้น สส. จึงทำหน้าที่ผู้แทน
พูดแทนประชาชน เมื่อพี่น้องประชาชนมีปัญหา เราก็รับฟัง แล้วปัญหาถูกแก้ไข
มันดีขึ้นกว่าเดิม มันเรียกว่าการพัฒนาไหม? การพัฒนาในสิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องการ การพัฒนาก็คือการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นจากการทำหน้าที่ของเรา
ดังนั้นคือหน้าที่เราในการพัฒนาความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน เราแก้ปัญหาในสิ่งที่ประชาชนต้องการ
ไม่ใช่แก้ในสิ่งที่เราต้องการ เราทำหน้าที่เป็นเพียงกระบอกเสียงเท่านั้นเอง
Q : ในการลงพื้นที่ มีพี่น้องประชาชนฝากเรื่องอะไรให้ช่วยขับเคลื่อนบ้าง?
ณมาณิตา – ตอนนี้พื้นที่ตำบลโคกขาม ก็มีกลุ่มพี่น้องชาวนาเกลือ เรียกร้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกลือ
เพื่อให้เกลือมีราคาที่เกษตรกรสามารถอยู่ได้ เรื่องหนี้สินของสหกรณ์กรุงเทพ จำกัด เกี่ยวกับการเก็บภาษีจากการใช้น้ำบาดาล
เรื่องที่ดินชานคลอง ที่สมาชิกสหกรณ์ฯ อาศัยอยู่ ซึ่งเป็นที่ดินของนิคมสหกรณ์โคกขาม
ก็อยากจะขอเอกสารสิทธิ์
ส่วนตำบลมหาชัย ก็มีเรื่องรถติดตรงสะพานวัดเจษฯ
อยากจะให้มีสะพานข้ามคลองมหาชัยอีกแห่งขึ้นมา และตำบลพันท้ายนรสิงห์
มีเรื่องของน้ำทะเลหนุนสูงเข้าไปท่วมขังในหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอโดยการขุดลอกคลองและสร้างกำแพงป้องกันตลิ่งที่คลองลัดตะเคียน
และปัญหาปลาหมอคางดำ
ส่วนพี่น้องเกษตรกรอำเภอบ้านแพ้วที่ยังพบเจอกันอยู่
ก็อยากให้เราช่วยเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ เช่น มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว และต้นทุนการเกษตร
เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง มีราคาแพง รวมถึงปัญหาน้ำเค็มรุกพื้นที่การเกษตร
Q : คนอาจจะมองพรรคกล้าธรรม
หรือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในแง่มุมที่แตกต่างกันไป ทั้งกระแสบวกและลบ
จะอธิบายอย่างไรกับคนที่คิดต่างจากเรา
ณมาณิตา – เรื่องในอดีตของ ร.อ.ธรรมนัส
ท่านก็ได้ชี้แจงด้วยตัวเองในสภาและผ่านสื่อต่าง ๆ ท่านเองก็บอกว่า ท่านไม่สามารถจะย้อนกลับไปแก้ไขอดีตได้
เพราะฉะนั้นการที่จะมีคนที่ไม่ชอบแล้วก็วิจารณ์ หรือกล่าวหา
หรือไม่ยอมรับในตัวท่าน เราไปแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่ในส่วนที่เป็นการทำงาน
เป็นผลงานของท่าน แล้วพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์จากการทำหน้าที่ของท่าน
ทั้งพี่น้องเกษตรกร ชาวนา ชาวสวนยาง ชาวประมง
ตรงนี้จะเป็นที่รับทราบกันในกลุ่มอาชีพสาขาต่าง ๆ แต่ที่วิจารณ์ในโซเชียลฯ มันก็เป็นไปตามกระแสของพรรคฝ่ายตรงข้าม
หรือคนที่ไม่ชอบท่าน อันนี้เราก็ต้องทำใจ แต่ถ้าดูที่ผลการทำงาน
ท่านทุ่มเททำงานเพื่อพี่น้องประชาชน เพื่อเกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศจริง
ๆ
Q : ที่ผ่านมา
ร.อ.ธรรมนัส ได้ให้คำแนะนำ หรือให้กำลังใจในการลงเลือกตั้งครั้งนี้อย่างไรบ้าง ?
ณมาณิตา – ท่านธรรมนัสก็ให้เราหาเสียงตามระบอบประชาธิปไตย
โดยให้เน้นผลงานและการทำงานของตัวเองให้พี่น้องประชาชนรับทราบ
และก็นโยบายของพรรคกล้าธรรม ที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างไรบ้าง
ไม่ว่าจะเป็นนโยบายด้านเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การศึกษา
หรือการดูแลกลุ่มเปราะบาง สวัสดิการผู้สูงอายุ ก็คือหาเสียงตามธรรมชาติไป
จะต้องสื่อสารกับพี่น้องประชาชนให้เข้าใจ
ให้เชื่อมั่นและศรัทธาในนโยบายของพรรคกล้าธรรม
Q : อยากให้ลองนิยามคำว่า
“ทำมากกว่าพูด” ซึ่งเป็นสโลแกนของพรรคกล้าธรรม ในมุมมองของท่าน
ณมาณิตา – ต้องยอมรับว่า นักการเมืองทั่วไปจะต้องมีวาทศิลป์ มีการใช้คำพูดให้คนเชื่อถือ แต่พรรคกล้าธรรมเนี่ยพูดไม่ค่อยเก่ง ไม่ขายฝัน ไม่สร้างภาพ พูดในสิ่งที่ทำได้จริง แล้วก็ “ทำมากกว่าพูด” ให้พี่น้องประชาชนได้เห็นจากการทำงานที่ผ่านมา
Q : สุดท้ายนี้
อยากฝากอะไรถึงชาวสมุทรสาครในการเลือกตั้งครั้งนี้?
ณมาณิตา – ฝากถึงพี่น้องประชาชนชาวสมุทรสาคร พรรคกล้าธรรมได้ส่งผู้สมัคร สส. ลงเลือกตั้งครบทั้ง 4 เขต ซึ่งนโยบายของพรรคเราคือ “ทำมากกว่าพูด” ขอย้ำอีกครั้งว่าไม่ขายฝัน ไม่สร้างภาพ พูดในสิ่งที่ทำได้จริง ขอฝากพี่น้องประชาชนชาวสมุทรสาครทุกเขต ให้โอกาสและสนับสนุนผู้สมัคร สส. ของพรรคกล้าธรรมทั้ง 4 เขตด้วยนะคะ
– กิตตินันท์ นาคทอง –