เรื่องเล่าหลังน้ำลด

ตีพิมพ์ครั้งแรก หนังสือพิมพ์เสียงสาคร ฉบับประจำเดือนตุลาคม พ.ศ. 2553

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา คงจะทราบกันดีว่าจังหวัดสมุทรสาครเกิดภาวะน้ำท่วมจนได้รับความเสียหายทั้ง 3 อำเภอรวม 25 ตำบล แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เคยเกิดขึ้น แต่ก็ยอมรับว่าปีนี้หนักหนาสาหัสจริงๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งก็ยังงงเป็นไก่ตาแตก เพราะคาดไม่ถึงว่าน้ำจะท่วมหนักลามมาถึงขนาดนี้

สำหรับเหตุน้ำท่วมหนักคราวนี้เกิดขึ้นมาจากฝนที่ตกตั้งแต่บ่ายวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา ยาวนานกว่า 8 ชั่วโมง กระทั่งในช่วงค่ำฝนจึงหยุดตก แต่กลับพบว่าน้ำท่วมขังถนนสูงจนน่าตกใจ ขณะเดียวกันไม่สามารถระบายน้ำลงสู่คลองต่างๆ ได้ เพราะน้ำในคลองก็ยังล้นตลิ่ง อีกทั้งน้ำในแม่น้ำท่าจีนเพิ่งสูงขึ้น จากน้ำเหนือที่ไหลมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ จ.ชัยนาทลงมา แถมปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุน ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำ

อันที่จริงพี่น้องในเขตเทศบาลมหาชัยก็เคยเจอแบบซ้ำซากมาแล้ว แต่น้ำท่วมคราวนี้ก็ต้องยอมรับในฝีมือของเทศบาลนครสมุทรสาคร ที่สามารถรับมือจนน้ำแห้งถนนหนทางไปตั้งแต่วันรุ่งขึ้น ส่วนตำบลรอบนอกงานนี้พลาดแล้วพลาดเลย เพราะแจ้งเตือนชาวบ้านไม่ทัน แต่ก็เห็นหลายตำบลต่างระดมเครื่องสูบน้ำมาช่วยระบายน้ำร่วมกับทาง อบจ.สมุทรสาครอย่างเต็มที่

สิ่งที่ได้พบเห็นจากภาวะน้ำท่วมในคราวนี้ก็มีอยู่หลายอย่าง ด้านหนึ่งก็ต้องยอมรับกับข้าวของที่พังเสียหายไปกับน้ำ แม้จะไม่ถึงกับกลืนบ้านทั้งหลังก็ตาม วังกุ้ง-บ่อเลี้ยงปลาที่เกิดดินถล่ม หรือเจ้าของสวนผลไม้อย่างเช่นฝรั่ง พุทรา แก้วมังกร ถูกน้ำท่วมจนผลไม้ที่ปลูกไว้ตายจนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว แต่ในยามวิกฤตที่สุด เราก็ได้เห็นภาพของความสามัคคี และความเห็นแก่ตัวไปพร้อมๆ กัน

ด้านหนึ่งก็พบกับภาพของชาวบ้านต่างช่วยกันตักทรายใส่กระสอบแจกจ่ายโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย อีกด้านหนึ่งเราได้เห็นบางคนที่เห็นแก่ตัว เอาแต่อยู่เฉย เฝ้ารอความช่วยเหลือ ไม่ได้อย่างใจก็ด่าโดยที่ไม่ได้ช่วยเหลือตัวเอง ด้านหนึ่งเราได้เห็นการรวมตัวของชาวบ้านที่ไม่อยากอยู่เฉย อีกด้านหนึ่งเราได้เห็นชาวบ้านบางคนไม่ออกมาช่วย คิดว่าถ้าทำได้สำเร็จก็ได้ด้วยกัน บางคนก็คิดว่าธุระไม่ใช่ เห็นแล้วใจจืดใจดำจริงๆ

ด้านหนึ่งตำบลเดียวกันแท้ๆ เขตเลือกตั้งหนึ่งกลับขยันช่วยชาวบ้านจนน้ำลด แต่เขตที่ผมอยู่นี่บางคนกลับไม่เห็นโผล่หัว ด้านหนึ่งเราก็ได้เห็นความช่วยเหลือจากเสียงสะท้อนชาวบ้าน แต่อีกด้านหนึ่งก็ใช้โอกาสนี้หาเสียงทางการเมือง เอาการเมืองมาเล่นกับความเดือดร้อนของชาวบ้านอย่างหน้าด้านๆ

น่าสมเพชกับผู้ใหญ่บ้านบางคน ตอนที่ชาวบ้านเค้าตักทรายใส่กระสอบ ตัวเองก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์โฉบๆ แล้วก็ไป อีกวันหนึ่ง ส.ส.รายหนึ่งเอาสิ่งของมาแจกชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้านคนนี้ก็เอามาแจกเฉพาะพรรคพวกของตัวเอง แต่ชาวบ้านที่เดือดร้อนจริงๆ กลับไม่ได้รับแม้แต่ชิ้นเดียว ผมก็เลยสงสัยว่า ตกลงที่ทำไปจะได้คะแนนนิยมซักเท่าไหร่เชียว อย่าให้เอ่ยเลยว่าผู้ใหญ่บ้านคนนี้คือใคร เอาเป็นว่าอยู่ใน ต.นาดี บ้านเดียวกับผู้เขียนนี่แหละ

ผมเชื่อว่า น้ำท่วมปีนี้หลายตำบลคงได้รับบทเรียน และมองไปถึงวันข้างหน้าว่าหากซ้ำรอยอีกจะทำอย่างไร

(อ่านคอลัมน์วงเวียนน้ำพุย้อนหลัง และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ www.sakhononline.com คลิกที่ คอลัมนิสต์ออนไลน์ เลือก วงเวียนน้ำพุ)



แสดงความคิดเห็น


เงื่อนไขในการแสดงความคิดเห็น
• กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำที่สุภาพ โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
• การลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
• ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้

เรื่องก่อนหน้า-ย้อนหลัง