
หากใครยังจำกันได้ มีหนึ่งในผู้สมัคร สส. สมุทรสาคร เขต 1 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว โดยติดป้ายประชาสัมพันธ์แนะนำตัวตามจุดต่าง ๆ ทั่วตัวเมืองสมุทรสาคร นั่นคือ “เอก-ภัคเมศฐ์ ธีระศิลาเวทย์” วัย 30 ปี ลูกหลานชาวมหาชัย มาด้วยสโลแกน “รีสตาร์ทสมุทรสาคร”
ลงเลือกตั้งครั้งนี้ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้การนำของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ และอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของไทย พร้อมกับแคมเปญ “ไทยหายจน” ซึ่งในอดีตเคยมีลูกพระแม่ธรณี ได้เป็นผู้แทนสมุทรสาคร เข้าไปนั่งในสภามาแล้วมากมาย
และเป็นที่น่าสนใจสำหรับสนามเลือกตั้ง สส. สมุทรสาคร เขต 1 ครั้งนี้มีคนรุ่นใหม่ที่อายุต่ำกว่า 40 ปี เข้ามาสมัครเป็นผู้แทนมากถึง 5 จาก 9 คน และภัคเมศฐ์ เป็นหนึ่งในผู้สมัคร สส. ที่อายุน้อยที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้
“สาครออนไลน์” สัมภาษณ์ “ภัคเมศฐ์ ธีระศิลาเวทย์” เพื่อให้ชาวสมุทรสาครได้ทำความรู้จักกับผู้สมัคร สส. คนนี้มากขึ้น

Q: แนะนำตัวให้ทุกคนรู้จักสักเล็กน้อยครับ
ภัคเมศฐ์ – สวัสดีครับ เอก ภัคเมศฐ์ ธีระศิลาเวทย์ ผู้สมัคร สส. สมุทรสาคร เขต 1 เบอร์ 2 ครับ เป็นชาวมหาชัย เรียน ม.ต้น ที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอน ส่วน ม.ปลาย มีโอกาสศึกษาต่อที่ประเทศจีน จบปริญญาตรีหลักสูตรนานาชาติ สาขา Business English มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปัจจุบันศึกษาต่อปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี หลังจากเรียนจบได้ทำงานให้กับบริษัทของที่บ้าน เป็นพนักงานการตลาด บริษัท เอิร์ธ ฟู๊ดส์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เกี่ยวกับจำหน่ายปูนิ่ม และส่วนตัวมีทำบริษัทรับซื้อ-ขายเศษเหล็กครับ
Q : จุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจเข้ามาทำงานการเมือง
ภัคเมศฐ์ – เริ่มจากผมได้มีโอกาสเป็นเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร สมัยที่พี่แทน ชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ และได้เห็นพี่แทนมาทำงานการเมืองในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร มองว่าตัวเราเองเห็นปัญหาและก็เป็นคนในพื้นที่นี้ ก็อยากจะมีโอกาสสักครั้งหนึ่งที่ได้เข้าไปแก้ไขปัญหาในจังหวัดของตัวเอง
Q : ปัญหาที่เราเจอในจังหวัดสมุทรสาคร มีอะไรบ้าง?
ภัคเมศฐ์ – ถ้าความเป็นอยู่ส่วนตัวของผม ก็เป็นปัญหาเรื่องของน้ำ สภาพแวดล้อม เพราะบ้านผมอยู่ติดกับคลอง น้ำประปาไม่สะอาด คลองไม่สะอาด ส่วนปัญหาทางโซนตำบลโคกขาม จะเป็นด้านเกษตร น้ำเน่าเสียทำให้หอยแครงตาย และปลาหมอคางดำระบาด โซนตำบลพันท้ายนรสิงห์ จะเป็นเรื่องขยะจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่สามารถจัดการได้ดีพอ และในโซนตัวเมืองสมุทรสาคร ตำบลมหาชัย เป็นปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ฝุ่นละออง PM2.5 น้ำเสีย รถติด และราคาสินค้าประมงไม่ดีครับ

Q : เข้าร่วมงานกับทางพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างไร?
ภัคเมศฐ์ – อย่างที่ผมบอกไว้ครับ ผมได้มีโอกาสเข้าไปทำงานที่สภา และใกล้ชิดกับพี่แทน ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ และมีโอกาสตามท่านเข้าไปที่พรรคฯ ส่วนตัวชอบพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว ชอบท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ ชอบการทำงานของท่าน ท่านเป็นสุภาพบุรุษการเมือง เป็นคนที่ทำงานจริงจัง และเป็นการเมืองที่โปร่งใสครับ
แล้วพอมาเจอกับพี่แทน ชัยชนะ เดชเดโช มีแนวทางการทำงานตรงกัน เราเป็นวัยรุ่นอายุใกล้เคียงกัน และตอนที่ทางพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย (สมัยนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร) ท่านมีโอกาสเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมก็ได้ตามท่านเข้าไปเป็นคณะทำงาน และเป็นเลขานุการประจำตัวท่าน ก็เลยเป็นที่มาของการเข้าไปทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะท่านเป็นรองหัวหน้าพรรคฯ ตั้งแต่ช่วงที่ เฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นหัวหน้าพรรคฯ จนตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 3 ปีแล้วครับ

Q : ก่อนหน้าที่จะเข้ามาทำงานการเมือง มีการเตรียมตัวอะไรบ้างไหม?
ภัคเมศฐ์ – ก่อนหน้านี้ทำธุรกิจปกติ แต่เป็นคนชอบการเมืองอยู่แล้วครับ อยู่กับครอบครัวซึ่งคุณพ่อเป็นคนชอบการเมือง เปิดข่าวการเมืองอยู่แล้ว และปกติผมเป็นคนชอบช่วยเหลือ เป็นจิตอาสาอยู่แล้ว อย่างช่วงโควิด-19 ก็ไปบริจาคเครื่องช่วยหายใจให้กับโรงพยาบาลสมุทรสาคร และถ้าใครมีปัญหา ขาดโลงศพ หรืออะไรก็ตามผมก็ไปบริจาคอยู่แล้วครับ

Q : จุดแข็งของพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีอะไรบ้าง?
ภัคเมศฐ์ – ผมมองว่าท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ เน้นไปที่ทำการเมืองสุจริต ปราบพวกเงินสีเทา ธุรกิจผิดกฎหมาย และเป็นพวกนโยบายของท่าน ที่ผมมองว่าน่าจะตอบโจทย์กับคนในปัจจุบัน อย่างเช่นนโยบายลดค่าไฟฟ้า เหลือ 3.50 บาทต่อหน่วย และอีกหนึ่งจุดแข็งคือ ท่านเป็นคนเห็นอกเห็นใจคนชรา คนพิการ ทางเรามีนโยบายปรับเบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุ จาก 600 บาท เป็น 1,000 บาท และเบี้ยเลี้ยงคนพิการ จาก 800 บาท เป็น 1,600 บาท
อีกทั้งท่านเล็งเห็นถึงการศึกษา ก็มีนโยบายเรื่องบุฟเฟต์การศึกษา และก็มองเห็นปัญหาของคนวัยทำงาน อยากจะปรับเรื่องเพดานเงินเดือน ถ้ายังไม่ถึง 40,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี ก็มองว่าเป็นนโยบายที่ดี สามารถทำให้คนเมืองใช้ชีวิตได้มีความสุขมากขึ้นที่เขาไม่ต้องเสียภาษี สุดท้ายเงินที่จ่ายออกไปก็จะไปเข้ากับกลุ่มทุน พ่อค้า-แม่ค้า และเข้าไปเก็บภาษีเอาตรงนั้น เกิดการใช้จ่ายทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นครับ
ปัญหาเงินกู้นอกระบบ ที่เรามีนโยบายหลักอยากจะปรับเรื่องเงินกู้นอกระบบ ให้คนที่มีปัญหาเรื่องนี้สามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ เพราะปัญหาตรงนี้ที่เป็นความเครียด เงินใช้ไม่พอ ทำงานมาก็ต้องจ่ายเงินกู้นอกระบบหมด ซึ่งดอกเบี้ยมันสูง คนเดือดร้อน และปัญหาของคนที่ติดหนี้เครดิตบูโร บางทีเขาทำธุรกรรมทางการเงินได้ไม่ดี หรือไม่สามารถทำได้เพราะติดตรงนี้อยู่ ก็จะมีแผนที่จะเคลียร์ปัญหาเรื่องเครดิตบูโรตรงนี้อยู่ครับ ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของนโยบาย “ไทยหายจน” ของพรรคประชาธิปัตย์

Q : คุยกันถึงเรื่องของนโยบายพรรคประชาธิปัตย์กันแล้ว มาถึงเรื่องของ “รีสตาร์ทสมุทรสาคร” มีอะไรบ้าง?
ภัคเมศฐ์ – นโยบาย “รีสตาร์ทสมุทรสาคร” ก็เป็นนโยบายส่วนตัวของผม ที่คิดว่าวันหนึ่งหากมีโอกาสได้รับเลือก ก็อยากจะทำตามที่คิดไว้ครับ อย่างเช่นรีสตาร์ทเรื่องน้ำ ทำให้น้ำเสียดีขึ้น รีสตาร์ทเรื่องมลภาวะอากาศ ทำให้อากาศมันดีขึ้น สามารถออกกฎหมายควบคุมการปล่อยมลภาวะในสมุทรสาครให้มันดีกว่านี้ครับ สมัยก่อนบ้านเรา ท่าฉลอม ก็เป็นเมืองท่าค้าขายอันดับต้น ๆ ส่วนฝั่งมหาชัย สมุทรสาคร ก็เป็นเมืองที่คนลงใต้ต้องแวะ มีการเก็บภาษีอันดับต้นเป็นเลขตัวเดียวของประเทศไทย อีกทั้งสมุทรสาครมีการเก็บภาษีที่ดี เศรษฐกิจที่ดี และเป็นเมืองประมง เมืองท่าที่สำคัญของธุรกิจต่าง ๆ ก็อยากให้กลับมาดีเหมือนเดิมครับ
ส่วนอีกหนึ่งนโยบายส่วนตัวที่ผมตั้งใจอยากจะทำ คือ อยากทำถนนคนเดิน อยากทำตลาดน้ำ ผมมองว่าที่แม่กลองมีถนนคนเดินแบบนี้ ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น และเป็นแลนด์มาร์คที่คนมาจับจ่ายใช้สอย ผมก็อยากให้สมุทรสาครเป็นเมืองที่คนแวะเข้ามาจับจ่ายใช้สอยเหมือนสมัยก่อน และก็ฟื้นฟูเศรษฐกิจกับพ่อค้า-แม่ค้า และคนรากหญ้าได้
สำหรับปัญหาประมง ทางพรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายแก้ไขเรื่อง IUU แล้ว การแก้กฎหมายประมง ตรงนี้ก็เป็นนโยบายหลักของทางพรรคอยู่แล้ว ถ้าวันหนึ่งเรามีโอกาสเข้าไปเป็นรัฐบาลนะครับ คิดว่าท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ จะเข้ามาแก้ไขเรื่องนี้เป็นเรื่องหลักเหมือนกันครับ

Q : จากการลงพื้นที่พบประชาชน ได้รับฟีดแบคอย่างไรบ้าง?
ภคเมศฐ์ – ส่วนตัวที่ผมได้ลงพื้นที่มา ก็มีฟีดแบคตอบรับดีจากประชาชนนะครับ มีเข้ามาคุยแลกเปลี่ยนด้วยกัน ผมไม่ได้เป็นคนที่หาเสียงเดินผ่านว่า ผมมาแจกใบปลิว ช่วยเลือกผมด้วย ผมพยายามลงไปคลุกคลีในพื้นที่ พยายามฟังปัญหา และเก็บปัญหาขึ้นมาเพื่อมาคิดว่า ถ้าวันหนึ่งเรามีโอกาสได้รับเลือกมาเป็น สส. จริง ๆ เป็นฝ่ายนิติบัญญัติจริง ๆ มาเป็นปากเสียงให้กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ ผมอยากไปส่วนหนึ่งที่แก้ไขปัญหาในชุมชนนั้น ๆ ได้ครับ ซึ่งปัญหาแต่ละชุมชนไม่เหมือนกัน
Q : มีอะไรอยากฝากถึงประชาชนชาวสมุทรสาคร เขต 1
ภคเมศฐ์ – ผมอยากขอโอกาส ขอคะแนนเสียง และก็อยากจะไปเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นฝ่ายผลักดัน ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ให้กับพี่น้องประชาชนชาวสมุทรสาคร ก็อยากจะขอโอกาสให้ผมได้ไปรับใช้พี่น้องประชาชนครับ

– กิตติกร นาคทอง –

