สหภาพรถไฟฯ ค้านแหลก หั่นรถไฟมหาชัย-วงเวียนใหญ่ 12 ขบวน สายแม่กลองอีก 2 ขบวน

เมื่อวันก่อน นายสราวุธ สราญวงศ์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ยื่นหนังสือถึงผู้อำนวยการฝ่ายบริการโดยสาร (อดส.) เรื่อง ขอให้ทบทวนแผนการยกเลิกและปรับปรุงขบวนรถบริการเชิงสังคม หรือขบวนรถไฟชั้น 3 หลังพบว่าจะมีการยกเลิกขบวนรถบริการเชิงสังคม หรือรถไฟชั้น 3 จำนวน 34 ขบวน

หนึ่งในนั้นคือ สายมหาชัย-วงเวียนใหญ่ จากเดิมไป-กลับวันละ 34 ขบวน จะตัดออกไป 12 ขบวน เหลือ 22 ขบวน (ขาละ 11 ขบวน) ส่วนสายบ้านแหลม-แม่กลอง จากเดิมไป-กลับวันละ 8 ขบวน จะตัดออกไป 2 ขบวน เหลือ 6 ขบวน (ขาละ 3 ขบวน) แต่อยู่ระหว่างยกร่างตารางใหม่ จึงยังไม่มีรายละเอียดว่าขบวนเวลาใดจะถูกยกเลิกบ้าง ถึงกระนั้นทางสหภาพฯ มองว่าโดนเป็นแพ็กใหญ่ แม้จะเป็นเส้นเลือดหลักของคนทำงานรายวันก็ตาม

ที่มาที่ไปของแผนการยกเลิกและปรับปรุงขบวนรถไฟชั้น 3 เกิดจากประชุมภายในของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ผ่านระบบ Zoom Meeting เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2569 ปรากฎว่ามีการนำเสนอแผนการปรับปรุงการเดินรถโดยสารเชิงสังสังคม ภายใต้แผนวิสาหกิจฯ พ.ศ. 2566-2570 โดยมีเป้าหมายเพื่อลดรายจ่ายดำเนินงานและลดผลการขาดทุน

โดยการยกเลิกรถไฟชั้น 3 ดังกล่าวมี 34 ขบวน ประกอบด้วยรถธรรรมดา 4 ขบวน รถชานเมือง 19 ขบวน และรถท้องถิ่น 11 ขบวน นอกจากนี้ยังปรับลดเที่ยววิ่งรวมถึงระยะทางอีก 16 ขบวน

หนังสือร้องเรียนจากสหภาพแรงงานฯ ลงวันที่ 19 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา ระบุว่า ภารกิจหลักของการรถไฟแห่งประเทศไทยตาม พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทย 2494 มาตรา 6 (2) และมาตรา 38 บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า ให้การรถไฟฯ ดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์แห่งรัฐและประชาชน โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ ซึ่งการบริการรถไฟเชิงสังคมถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐจัดทำขึ้นเพื่อให้ประชาชนทุกระดับเข้าถึงการขนส่งที่ประหยัดและปลอดภัย การมุ่งเน้นเพียงตัวเลขผลกำไร-ขาดทุนโดยการลดบริการ จึงอาจเป็นการเบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้งองค์กร หากมีการยกเลิกและปรับลดเที่ยววิ่งตามแผนที่นำเสนอ โดยไม่มีขบวนรถอื่นที่มีค่าโดยสารในอัตราเดียวกันมารองรับ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อวิถีชีวิตของนักเรียน นักศึกษา และคนทำงานที่จำเป็นต้องเดินทางเป็นประจำ ซึ่งเป็นการผลักภาระค่าครองชีพให้ประชาชนต้องไปใช้ระบบขนส่งอื่นที่มีต้นทุนสูงกว่า อีกทั้งยังไม่สอดคล้องกับพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ทรงสถาปนากิจการรถไฟเพื่อเป็นสาธารณูปโภคหลักในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎร

ดังนั้น สร.รฟท. จึงมีความเห็นว่าแผนการปรับลดบริการดังกล่าว มิได้เป็นเพียงการปรับปรงประสิทธิภาพเชิงบริหารจัดการ แต่คือการจำกัดโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณะของประชาชนกลุ่มเปราะบาง ซึ่งจะส่งผลให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมทวีความรุนแรงขึ้น การรถไฟฯ ในฐานะรัฐวิสาหกิจเพื่อประชาชน จำต้องยึดถือประโยชน์สาธารณะและความเท่าเทียมเป็นตัวตั้วตั้งมากกว่ามิติด้านผลกำไร-ขาดทุนเชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว เพื่อธำรงไว้ซึ่งเจตนารมณ์ในการเป็นกระดูกสันหลังด้านการคมนาคมของชาติที่ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ในการนี้ สร รฟท. จึงขอคัดค้านแนวทางการยกเลิกและปรับลดการเดินรถบริการเชิงสังคมดังกล่าวและขอให้ฝ่ายบริหารโดยสารพิจารณาทบทวนแผนงานอีกครั้ง โดยคำนึงถึงมิติด้านผลกระทบทางสังคมควบคู่ไปกับความคุ้มค่าเชิงภารกิจรัฐ ทั้งนี้ สร.รฟท. ได้แนบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับมาตรการเพิ่มรายได้ด้านอื่นแทนการตัดลดบริการ เพื่อให้การรถไฟฯ สามารถดำรงสถานะรัฐวิสาหกิจเพื่อมวลชนได้อย่างสง่างามต่อไป

สำหรับขบวนที่มีแผนจะยกเลิกถาวร ส่วนใหญ่เป็นขบวนรถเชิงสังคม ทั้งที่เปิดให้บริการอยู่และหยุดให้บริการชั่วคราว ได้แก่ สายเหนือ ขบวนรถชานเมืองที่ 311 รังสิต-หัวตะเข้, ขบวนรถชานเมืองที่ 376 รังสิต-หัวตะเข้, ขบวนรถท้องถิ่นที่ 409 อยุธยา-ลพบุรี, สายตะวันออกเฉียงเหนือ ขบวนรถชานเมืองที่ 339 กรุงเทพ (หัวลำโพง)-ชุมทางแก่งคอย, ขบวนรถชานเมืองที่ 340 ชุมทางแก่งคอย-กรุงเทพ (หัวลำโพง), ขบวนรถท้องถิ่นที่ 419 นครราชสีมา-อุบลราชธานี, ขบวนรถท้องถิ่นที่ 420 อุบลราชธานี-นครราชสีมา, ขบวนรถท้องถิ่นที่ 423 ลำชี-สำโรงทาบ, ขบวนรถท้องถิ่นที่ 424 สำโรงทาบ-ลำชี, ขบวนรถท้องถิ่นที่ 433 ชุมทางแก่งคอย-ชุมทางบัวใหญ่, ขบวนรถท้องถิ่นที่ 434 ชุมทางบัวใหญ่-ชุมทางแก่งคอย, ขบวนรถรถท้องถิ่นที่ 437 ชุมทางแก่งคอย-ลำนารายน์, ขบวนรถท้องถิ่นที่ 438 ลำนารายน์-ชุมทางแก่งคอย

สายตะวันออก ขบวนรถธรรมดาที่ 285 กรุงเทพ (หัวลำโพง)-ชุมทางฉะเชิงเทรา, ขบวนรถธรรมดาที่ 286 ชุมทางฉะเชิงเทรา-กรุงเทพ (หัวลำโพง), ขบวนรถชานเมืองที่ 378 หัวตะเข้-กรุงเทพ (หัวลำโพง), ขบวนรถชานเมืองที่ 389 กรุงเทพ (หัวลำโพง)-ชุมทางฉะเชิงเทรา, ขบวนรถชานเมืองที่ 390 ฉะเชิงเทรา-กรุงเทพ (หัวลำโพง), สายใต้ ขบวนรถธรรมดาที่ 251 ธนบุรี-ประจวบคีรีขันธ์, ขบวนรถธรรมดาที่ 252 ประจวบคีรีขันธ์-ธนบุรี นอกจากนี้ยังจะยกเลิกขบวนรถไฟสายมหาชัย-วงเวียนใหญ่ 12 ขบวน จากทั้งหมด 34 ขบวน และสายบ้านแหลม-แม่กลอง 2 ขบวน จากทั้งหมด 8 ขบวน อยู่ระหว่างยกร่างตารางใหม่

ส่วนขบวนที่มีแผนจะปรับลดเที่ยววิ่ง ได้แก่ ขบวนรถธรรมดาที่ 207 กรุงเทพ (หัวลำโพง)-นครสวรรค์ และขบวนรถธรรมดาที่ 208 นครสวรรค์-กรุงเทพ (หัวลำโพง) มีแผนจะเดินรถเฉพาะวันจันทร์–ศุกร์ หยุดวันเสาร์และอาทิตย์, ขบวนรถท้องถิ่นที่ 405 ศิลาอาสน์-สวรรคโลก และขบวนรถท้องถิ่นที่ 406 สวรรคโลก-ศิลาอาสน์ มีแผนจะเดินรถเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ ไม่มีให้บริการในวันจันทร์-ศุกร์ ส่วนสายใต้ ขบวนรถท้องถิ่นที่ 489 สุราษฎร์ธานี-คีรีรัฐนิคม และขบวนรถท้องถิ่นที่ 490 คีรีรัฐนิคม-สุราษฎร์ธานี มีแผนจะเดินรถเฉพาะวันจันทร์–ศุกร์ หยุดวันเสาร์และอาทิตย์

ส่วนขบวนที่มีแผนจะปรับลดระยะทาง ได้แก่ สายเหนือ ขบวนรถท้องถิ่นที่ 407 และ 408 ระหว่างเชียงใหม่-นครสวรรค์ ตัดเหลือเชียงใหม่-ศิลาอาสน์ ไม่ผ่านพิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์, สายตะวันออกเฉียงเหนือ ขบวนรถท้องถิ่นที่ 416 และ 417 ระหว่างหนองคาย-นครราชสีมา ตัดเหลือขอนแก่น-นครราชสีมา ไม่ผ่านอุดรธานีและหนองคาย, สายตะวันออก ขบวนรถธรรมดาที่ 281 และ 282 ระหว่างกรุงเทพ (หัวลำโพง)-กบินทร์บุรี ตัดเหลือกรุงเทพ (หัวลำโพง)-ปราจีนบุรี ไปไม่ถึงกบินทร์บุรี, สายใต้ ขบวนรถท้องถิ่นที่ 447 และ 448 ระหว่างสุราษฎร์ธานี-สุไหงโกลก ตัดเหลือชุมทางหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ไม่ผ่านพัทลุง ชะอวด ทุ่งสง สุราษฎร์ธานี และขบวนรถท้องถิ่นที่ 455 และ 456 ระหว่างนครศรีธรรมราช-ยะลา ตัดเหลือชุมทางหาดใหญ่-ยะลา ไม่ผ่านพัทลุง ชะอวด นครศรีธรรมราช

โดยภาพรวมพบว่า สายตะวันออกเฉียงเหนือถูกยกเลิกและตัดปลายทางมากที่สุด ซึ่งกระทบพื้นที่ภาคอีสานแบบเต็มๆ สำหรับรถไฟสายเหนือ ถูกปรับโครงสร้างมากกว่ายกเลิกโดยตรง แต่ผลจริงคือคนใช้จากปลายทาง เช่น นครสวรรค์-เชียงใหม่ ไม่สามารถเข้าถึงได้ สำหรับสายตะวันออก ตัดช่วงปลายทางออก เหลือแต่ช่วงที่ยังพอมีคนใช้ ระหว่างกรุงเทพ (หัวลำโพง) ถึงปราจีนบุรี ส่วนสายใต้ จากรถยาวเชื่อมภูมิภาค กลายเป็นรถวิ่งแค่โซนภาคใต้ตอนล่าง ปลายทางสถานีชุมทางหาดใหญ่เท่านั้น ขณะที่สายมหาชัย-วงเวียนใหญ่ และสายแม่กลอง ถือเป็นเส้นเลือดหลักของคนทำงานรายวัน

ต้องจับตาว่าท่าทีของผู้บริหารการรถไฟฯ ภายใต้การนำของนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ที่เป็นผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยป้ายแดง จะตัดสินใจอย่างไร และการเคลื่อนไหวของสหภาพการรถไฟฯ จะไปทางไหน เดิมพันที่ความเดือดร้อนของประชาชนคนหาเช้ากินค่ำ รวมถึงนักเรียน นักศึกษา และผู้มีรายได้น้อย

-กิตตินันท์ นาคทอง-

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *