
ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กับคณะเสนอ ได้เปิดระบบรับฟังความคิดเห็น ระหว่างวันที่ 30 ก.ย. ถึง 14 ต.ค. 2569 ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้แสดงความคิดเห็น 297 คน เห็นด้วย 21.21% ไม่เห็นด้วย 77.44%
ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นการนำนโยบาย “ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน” ของพรรคภูมิใจไทยมาใช้ โดยกำหนดให้ผู้เสียภาษีเงินได้ซึ่งมิใช่นิติบุคคลมีสิทธิแสดงเจตนาในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ให้รัฐนำเงินที่ตนได้เสียภาษีไว้ไปอุดหนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนระบุไว้ได้หนึ่งแห่งเป็นเงินตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาซึ่งต้องไม่น้อยกว่าปีละ 500 บาท
ขณะเดียวกัน ยังกำหนดให้กำหนดให้เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดเก็บรายได้รวมต่อปีได้ไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาซึ่งต้องไม่เกิน 50 ล้านบาท ให้ผู้บริจาคเงินให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังกล่าว มีสิทธินำจำนวนเงินที่บริจาคไปหักเป็นค่าลดหย่อนหรือรายจ่ายเพื่อการบริจาคตามที่กำหนดในประมวลรัษฎากรได้ตามจำนวนที่บริจาคตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 10,000 บาทสำหรับบุคคลธรรมดา และไม่น้อยกว่า 50,000 บาทสำหรับนิติบุคคล
โดยกำหนดให้การแสดงเจตนาของผู้เสียภาษีเงินได้ และการที่ผู้บริจาคเงินจะนำจำนวนเงินที่บริจาคไปหักเป็นค่าลดหย่อนหรือรายจ่ายเพื่อการบริจาค ตามร่างพระราชบัญญัตินี้ ให้มีผลเริ่มตั้งแต่ปีภาษี 2571 เป็นต้นไป
หากอ้างอิงจาก ข้อมูลรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) พบว่าจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมี อปท. 38 แห่ง จาก 40 ตำบล มีรายได้รวม 8,261.99 ล้านบาท เป็นอันดับที่ 36 ในประเทศไทย โดยพบว่า อปท. จัดเก็บเอง 1,730.52 ล้านบาท รัฐจัดสรรให้ 3,823.42 ล้านบาท และเงินอุดหนุน 2,708.05 ล้านบาท

สำหรับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสาคร มีรายได้รวม 1,436.86 ล้านบาท แบ่งออกเป็น รัฐจัดสรรให้ 1,025.81 ล้านบาท ส่วนมากมาจากภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร 5% รวม 819.53 ล้านบาท รองลงมาคือภาษีมูลค่าเพิ่มตาม พ.ร.บ. กำหนดแผนฯ 109.13 ล้านบาท และภาษีรถยนต์ 97.13 ล้านบาท
ส่วนรายได้ที่ อบจ.สมุทรสาครจัดเก็บเองมีจำนวน 145.32 ล้านบาท มาจากภาษีบำรุง อบจ. จากสถานค้ายาสูบ สถานค้าน้ำมัน ค่าธรรมเนียมบำรุง อบจ. จากผู้เข้าพักโรงแรม ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าปรับ รวมทั้งทรัพย์สิน สาธารณูปโภคและการพาณิชย์ และรายได้เบ็ดเตล็ด ส่วนเงินอุดหนุนจำนวน 265.73 ล้านบาท
ส่วนเทศบาลและ อบต. มีรายได้ 10 ประเภท ได้แก่ 1. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2. ภาษีโรงเรือนและที่ดิน 3. ภาษีบำรุงท้องที่ 4. ภาษีป้าย 5. อากรการฆ่าสัตว์ 6. อากรรังนกอีแอ่น 7. ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าปรับ 8. ทรัพย์สิน 9. สาธารณูปโภคและการพาณิชย์ และ 10. รายได้เบ็ดเตล็ด
หากจัดอันดับ อปท. ระดับเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในจังหวัดสมุทรสาคร มีรายได้รวมมากที่สุด ในปีงบประมาณ 2568 ได้แก่
อันดับ 1 เทศบาลนครสมุทรสาคร 780.24 ล้านบาท
อันดับ 2 เทศบาลนครอ้อมน้อย 667.35 ล้านบาท
อันดับ 3 อบต.ท่าทราย 388.44 ล้านบาท
อันดับ 4 เทศบาลตำบลนาดี 384.85 ล้านบาท
อันดับ 5 เทศบาลเมืองกระทุ่มแบน 354.98 ล้านบาท
อันดับ 6 เทศบาลตำบลหลักห้า 351.39 ล้านบาท
อันดับ 7 เทศบาลเมืองพันท้ายนรสิงห์ 341.15 ล้านบาท
อันดับ 8 เทศบาลเมืองโคกขาม 323.97 ล้านบาท
อันดับ 9 เทศบาลตำบลสวนหลวง 302.33 ล้านบาท
อันดับ 10 เทศบาลตำบลบางหญ้าแพรก 260.38 ล้านบาท
ส่วน อปท. ที่จัดเก็บรายได้รวมต่อปีไม่เกินที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ซึ่งต้องไม่เกิน 50 ล้านบาท อาจเข้าเกณฑ์ร่าง พ.ร.บ.ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน คาดว่ามีจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ อบต.หนองนกไข่ 40.72 ล้านบาท เทศบาลตำบลบ้านแพ้ว 41.28 ล้านบาท อบต.เจ็ดริ้ว 42.81 ล้านบาท อบต.คลองตัน 44.07 ล้านบาท และ อบต.หลักสอง 44.15 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เมื่อร่าง พ.ร.บ. ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะมีผู้ไม่เห็นด้วยมากกว่า 77% หากพรรคภูมิใจไทยยังคงเดินหน้านโยบายนี้กันต่อ จะต้องทบทวนและหาแนวทางที่เหมาะสมต่อไป
-กิตตินันท์ นาคทอง-

