ศาลายา-นครปฐม กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีแดง สมุทรสาครอาจจะยัง

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงนามสัญญาจ้างโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ส่วนต่อขยายช่วงรังสิต–มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กิโลเมตร มูลค่าโครงการ 6,057 ล้านบาท และช่วงศิริราช–ตลิ่งชัน–ศาลายา ระยะทาง 20.50 กิโลเมตร มูลค่าโครงการ 14,720 ล้านบาท นับจากนี้จะลงนามสัญญาจ้างผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ก่อนแจ้งเริ่มงานก่อสร้าง (NTP) และเริ่มลงมือก่อสร้าง ใช้เวลาก่อสร้าง 36 เดือน (3 ปี) กำหนดแล้วเสร็จในปี 2572

สำหรับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต–มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ผู้รับจ้าง คือ บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ลักษณะโครงสร้างเป็นทางระดับดินทั้งหมด ก่อสร้างด้านขวาของทางรถไฟปัจจุบัน มีการเวนคืนบางส่วนประมาณ 14 ไร่ เพื่อสร้างสถานีและถนนเข้า-ออก มีสถานีทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ สถานีคลองหนึ่ง สถานีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สถานีเชียงราก และสถานีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ส่วนรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงศิริราช–ตลิ่งชัน–ศาลายา ผู้รับจ้าง คือ กิจการร่วมค้า ยูที ประกอบด้วย บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรัสตี้ คอนสตรัคชั่น จำกัด ลักษณะโครงสร้างเป็นทางระดับดิน 13.83 กิโลเมตร และทางยกระดับ 6.67 กิโลเมตร ก่อสร้างด้านซ้ายของทางรถไฟปัจจุบัน ใช้ที่ดิน รฟท. เป็นหลัก ไม่มีการเวนคืนที่ดิน มีสถานีทั้งหมด 9 แห่ง ได้แก่ สถานีศิริราช, สถานีบางขุนนนท์, สถานีตลาดน้ำตลิ่งชัน, สถานีสะพานพระราม 6, สถานีบางกรวย-กฟผ., สถานีบ้านฉิมพลี, สถานีกาญจนาภิเษก, สถานีศาลาธรรมสพน์ และสถานีศาลายา

นับเป็นครั้งแรกที่จังหวัดนครปฐมจะมีรถไฟฟ้าจากกรุงเทพฯ เข้าถึง แม้จะสิ้นสุดที่สถานีศาลายา อ.พุทธมณฑล จากที่ก่อนหน้านี้จังหวัดนนทบุรีมีรถไฟฟ้ามหานคร สายสีม่วง เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. 2559 ตามมาด้วยจังหวัดสมุทรปราการ มีรถไฟฟ้าสายสีเขียวถึงสถานีเคหะ เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค. 2561 ส่วนจังหวัดปทุมธานี มีรถไฟฟ้าสายสีเขียวถึงสถานีคูคต อ.ลำลูกกา เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค. 2563 และรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง สถานีหลักหก อ.เมืองปทุมธานี และสถานีรังสิต อ.ธัญบุรี เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค. 2564 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ รฟท. กำลังอยู่ในระหว่างจ้างที่ปรึกษาเพื่อทบทวนแบบรายละเอียดและจัดทำเอกสารประกวดราคา โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกล เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงศาลายา-นครปฐม ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในปี 2570 จากนั้นจะเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเพื่อขอความเห็นชอบรายงาน EIA ใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี ก่อนที่ รฟท. จะขออนุมัติโครงการ หากได้รับการอนุมัติจะเริ่มก่อสร้างในปี 2572 ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปีครึ่งถึง 4 ปี และเปิดให้บริการในปี 2576

ย้อนมาที่จังหวัดสมุทรสาคร ขณะนี้โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงวงเวียนใหญ่-มหาชัย อยู่ในระหว่างจ้างที่ปรึกษาเพื่อทบทวนผลการศึกษาความเหมาะสม แบบรายละเอียด จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและจัดทำร่างเอกสารประกวดราคา โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงวงเวียนใหญ่-มหาชัย ขณะนี้กำลังประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อแนวเส้นทาง รูปแบบที่เหมาะสม และหารือมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม (กลุ่มย่อยครั้งที่ 2) ระหว่างวันที่ 18-27 พ.ค. 2569

แม้คนในจังหวัดสมุทรสาครส่วนใหญ่ตอบรับโครงการนี้เป็นอย่างดี หลังรอคอยมานานกว่า 20 ปี แต่ก็มีชาวชุมชนตามแนวเส้นทางรถไฟ เช่น ชุมชนตลาดพลู กรุงเทพฯ คัดค้าน ให้เหตุผลว่าเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ ทางรถไฟนี้เก่าแก่กว่า 100 ปี เป็นพื้นที่ของ 4 วัฒนธรรม 3 ศาสนา แต่โครงการฯ จะเวนคืนที่ดินของคนตลาดพลู ซึ่งเป็นย่านเก่าแก่กว่า 200 ปี อาศัยอยู่ในบ้านเช่า จะทำให้ชาวบ้านผู้เดือดร้อนที่แท้จริงแทบไม่ได้เงินชดเชย อีกทั้งยังระบุว่า การยกเลิกเส้นทางรถไฟเก่า เวนคืนที่ดินและสร้างทางรถไฟลอยฟ้าขึ้นใหม่ เป็นการทำลายรากเก่าและชุมชน ที่อยู่กันมาตั้งแต่ก่อนกรุงรัตนโกสินทร์

“พื้นที่ทางประวัติศาสตร์อย่างตลาดพลู และเส้นทางรถไฟเดิม ปัจจุบันกลายเป็นพื้นที่ทางการท่องเที่ยว ผู้คนจากทุกมุมโลกมาเยือนตลาดพลู เพราะรู้ชื่อเสียงด้านอาหารอร่อยในย่านเก่าถิ่นเดิม เส้นทางรถไฟโบราณ และกลิ่นอายทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ เหล่านี้กำลังจะหมดไป ถ้าเรายอมให้การรถไฟเวนคืนที่ดิน และยกเลิกทางรถไฟแห่งนี้ ชาวบ้าน ประชาชน และนักเรียน ที่เคยได้ใข้บริการรถไฟราคาย่อมเยา เดินทางเข้าเมืองมาทำมาหากิน เลี้ยงชีพ เล่าเรียนเพื่ออนาคต จะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และพ่อค้าแม่ค้าที่เคยใช้รถไฟนี้ขนสิ้นค้าเข้าเมืองมาขาย จะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป”

แกนนำผู้คัดค้านยังระบุอีกว่า ที่ผ่านมาการจัดประชุม การรถไฟไม่พยายามจะให้ข้อมูลต่อประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ไม่มีหนังสือแจ้งให้ประชาชนทราบเวลามีการประชุม แต่กลับใช้วิธีเรียกประชุมผู้นำชุมชนแทน อีกทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอส อยู่ห่างจากทางรถไฟสายนี้ไม่ถึง 1 กิโลเมตร ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างทางรถไฟสายสีแดงเข้ม ที่มีมูลค่าสูงถึง 48,129 ล้านบาท ที่มาจากภาษีของประชาชน เพื่อสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในขุมชนผู้เสียภาษี และระบุว่า การบูรณะเส้นทางสายเดิม ปรับปรุงคุณภาพรถไฟ ใช้งบน้อยกว่า ไม่ต้องเวนคืน ประชาชนไม่เดือดร้อน

ในอดีตที่ผ่านมาการพัฒนาเส้นทางตามแนวทางรถไฟสายมหาชัย-วงเวียนใหญ่ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เคยดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการพัฒนาศูนย์คมนาคมขนส่งตากสิน และทางรถไฟสายแม่กลองไว้เมื่อปี 2549 แต่เมื่อมีประชาชนชาวฝั่งธนบุรี เช่น จอมทอง ภาษีเจริญ ออกมาคัดค้านเพราะต้องเวนคืนที่ดินในเขตธนบุรีและจอมทอง 175 ไร่ 1,703 ราย สุดท้ายจึงไม่ได้ก่อสร้าง และ รฟท. เคยจัดอยู่ในโครงการที่ไม่เร่งด่วนในการลงทุน

ต้องรอดูกันว่า บทสรุปของรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ไปถึงสถานีมหาชัย จะได้เกิดขึ้นในชาตินี้หรือไม่?

-กิตตินันท์ นาคทอง-

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *