
เป็นที่พูดถึงกันมานานแล้วสำหรับโครงการทางหลวงแนวใหม่ เชื่อมต่อถนนพระรามที่ 2 บริเวณทางแยกต่างระดับวังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ไปยัง อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี เพื่อใช้เป็นเส้นทางสำรองของถนนเพชรเกษม โดยไม่ผ่านตัวเมืองเพชรบุรี หลังกรมทางหลวงเปิดใช้ทางหลวงหมายเลข 3206 และ 3510 สายบ้านห้วยยางโทน – ทางแยกเข้าอำเภอหนองหญ้าปล้อง ตอน 2 จังหวัดเพชรบุรี เมื่อไม่นานมานี้
โครงการนี้เป็นที่พูดถึงตั้งแต่ปี 2559 หรือเมื่อ 10 ปีก่อน กระทั่งปีงบประมาณ 2564 กรมทางหลวงได้รับงบประมาณจำนวน 39.55 ล้านบาท เพื่อศึกษาสำรวจและออกแบบรายละเอียด โครงการทางหลวงแนวใหม่เชื่อมต่อสามแยกวังมะนาว-บรรจบทางหลวงหมายเลข 3510 รวมงานปรับปรุงโครงข่ายทางหลวงเดิม รูปแบบเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร มีเกาะกลางถนน ดำเนินการศึกษาตั้งแต่ปี 2564-2565 ก่อนเสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ไปเมื่อปี 2566
ข้อมูลจากเว็บไซต์ ศูนย์ข้อมูลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ วันที่ 27 ก.ค. 2569 พบว่าสถานะโครงการ คือ “ให้นำรายงานเสนอ กก.วล. (คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ) ต่อไป” ซึ่งหากให้ความเห็นชอบรายงาน กรมทางหลวงจะเสนอขอออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน และเสนอขอรับงบประมาณก่อสร้างตามลำดับ ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี

สำหรับโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3206 และ 3510 สายบ้านห้วยยางโทน – ทางแยกเข้าอำเภอหนองหญ้าปล้อง เริ่มดำเนินการก่อสร้างในปีงบประมาณ 2566 แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ตอน ได้แก่
ตอน 1 ก่อสร้างจากถนนปากท่อ-ท่ายาง กิโลเมตรที่ 15+300 บ้านห้วยยางโทน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ถึงสามแยกบ้านห้วยศาลา ต่อด้วยถนนสายยางหัก-หนองหญ้าปล้อง ถึงกิโลเมตรที่ 3+700 ระยะทาง 10.423 กิโลเมตร งบประมาณ 648.495 ล้านบาท เริ่มต้นสัญญา 25 ก.ค. 2566 ผู้รับจ้าง บริษัท บุญสหะการสร้าง จำกัด ปัจจุบันติดปัญหาพื้นที่ทับซ้อน ระหว่างเขตทางหลวงและป่าสงวนแห่งชาติ เป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร ทำให้เข้าพื้นที่ก่อสร้างไม่ได้ คืบหน้าเพียง 67.67%
ตอน 2 ก่อสร้างจากถนนสายยางหัก-หนองหญ้าปล้อง กิโลเมตรที่ 3+700 ถึง 15+125 บริเวณสี่แยกเข้า อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ระยะทาง 11.425 กิโลเมตร งบประมาณ 649.382 ล้านบาท เริ่มต้นสัญญา 19 ก.ค. 2566 ผู้รับจ้าง กิจการร่วมค้า พีอีจี-พีเอสที งานแล้วเสร็จ 29 เม.ย. 2569 ส่งมอบงาน 15 พ.ค. 2569 เปิดให้สัญจรเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2570 กรมทางหลวงเสนอของบประมาณก่อสร้าง ทางหลวงหมายเลข 3510 สาย บ.ห้วยศาลา – บ.ยางชุม ตอน ทางแยกเข้า อ.หนองหญ้าปล้อง – บ.ท่าตะคร้อ จ.เพชรบุรี ระยะทาง 6 กิโลเมตร วงเงินทั้งสิ้น 420 ล้านบาท โดยปี 2570 ตั้งงบประมาณ 63 ล้านบาท ปี 2571 ผูกพันงบประมาณ 178.5 ล้านบาท และปี 2572 ผูกพันงบประมาณ 178.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขยายถนน 4 ช่องจราจรต่อจากโครงการก่อนหน้านี้
อีกด้านหนึ่ง กรมทางหลวงยังเสนอของบประมาณก่อสร้าง ทางหลวงหมายเลข 3218 สาย อ.หัวหิน – อ่างเก็บน้ำห้วยผาก ตอน บ.ห้วยมงคล – บ.หนองพลับ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 11.130 กิโลเมตร วงเงินทั้งสิ้น 750 ล้านบาม โดยปี 2570 ตั้งงบประมาณ 112.5 ล้านบาท ปี 2571 ผูกพันงบประมาณ 318.75 ล้านบาท และปี 2572 ผูกพันงบประมาณ 318.75 ล้านบาท เท่ากับว่าถนนหัวหิน-หนองพลับ ตั้งแต่ทางแยกต่างระดับห้วยมงคล ถึงแยกหนองพลับ จะกลายเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร


ยังคงเหลือช่วงบ้านท่าตะคร้อ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ถึงแยกหนองพลับ ซึ่งระหว่างทางจะผ่านอ่างเก็บน้ำห้วยผาก บ้านยางชุม อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ยังเป็นถนนขนาด 2 ช่องจราจร รอวันพัฒนาเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจรต่อไป

หากทางหลวงแนวใหม่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ เส้นทางสำรองด้านตะวันตกจากกรุงเทพฯ ผ่านถนนพระรามที่ 2 สู่ภาคใต้ โดยไม่ผ่านตัวเมืองเพชรบุรี จะเริ่มจากทางแยกต่างระดับวังมะนาว ไปออกบ้านห้วยยางโทน ผ่านสามแยกบ้านห้วยศาลา อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอแก่งกระจาน เลาะอ่างเก็บน้ำห้วยผาก
ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 3218 ถนนหนองพลับ-ยางชุม ถึงสี่แยกหนองพลับ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนหัวหิน-หนองพลับ ถึงทางแยกต่างระดับห้วยมงคล เลี้ยวขวาไปถนนบายพาสชะอำ-ปราณบุรี ทางหลวงหมายเลข 37 มุ่งหน้าสู่ภาคใต้ หรือตรงไปยังเทศบาลนครหัวหิน บริเวณเขาหินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
ถือเป็นเส้นทางสำรองช่วยแบ่งเบาการจราจรบนถนนเพชรเกษม โดยเฉพาะช่วงเทศกาล หรือเหตุฉุกเฉินที่ไม่สามารถใช้ถนนเพชรเกษม ตั้งแต่ทางแยกต่างระดับวังมะนาว ถึง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สัญจรไปมาได้ตามปกติ แม้ระยะทางจะอ้อมจากถนนเพชรเกษมเดิมไปมากก็ตาม
-กิตตินันท์ นาคทอง-

